วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 บรรยากาศภายหลังการปราศรัยใหญ่ภายใต้แนวคิด "เด็ดขาด แก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ" ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ตลาดคงอุดม (ชุมทางสยามยิปซี) เต็มไปด้วยความคึกคัก
โดยนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้สะท้อนความรู้สึกถึงการลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างต่อเนื่องว่า ตนเองอาจเป็นหัวหน้าพรรคคนเดียวที่ลงพื้นที่ทุกวันและเข้าถึงทุกจุด ซึ่งได้รับการตอบรับดีเกินความคาดหมาย โดยเฉพาะความสนใจของประชาชนที่มีต่อนโยบายของพรรค
แม้จะมีการตั้งข้อสังเกตเรื่องการถูกลอกเลียนนโยบาย แต่นายพีระพันธุ์ ยืนยันว่าสิ่งที่ไม่สามารถลอกเลียนได้คือจิตวิญญาณในการทำงานเพื่อประชาชน พร้อมชี้ให้เห็นว่า กุศโลบายทางการเมืองที่พยายามให้ประชาชนเลือกตามสีต่าง ๆ นั้นไม่ใช่ทางออก แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการเลือกเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ท่ามกลางวิกฤตความเหลื่อมล้ำที่เห็นได้ชัดจากการที่กิจการขนาดใหญ่ ธนาคาร พลังงาน และกลุ่มเกษตรทุนผูกขาด มีผลกำไรรวมกันหลังหักภาษีสูงถึง 1 ล้านล้านบาท ในขณะที่ประชาชนกำลังเผชิญความยากลำบากอย่างหนัก
นายพีระพันธุ์ ได้เน้นย้ำถึงแนวทางเศรษฐกิจของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่ตัวเลข GDP ซึ่งเป็นเพียงหลักวิชาการหรือการโฆษณา แต่เป้าหมายหลักคือการแก้ปัญหาชีวิตที่ยากลำบากของประชาชน ซึ่งที่ผ่านมามักถูกดึงไปสู่ประเด็นทางการเมืองเพื่อประโยชน์ของพรรคการเมืองมากกว่าประโยชน์ของประชาชน
โดยนายพีระพันธุ์ ได้กล่าวเปิดใจถึงจุดยืนในการทำงานการเมืองครั้งนี้ว่า "วันนี้ต้องเลือกชีวิตว่าใครจะนำพาชีวิตที่กำลังตกยากให้รอดพ้นได้ ในขณะที่กิจการใหญ่ ๆ มีกำไรมหาศาลรวมกันเป็นล้านล้านบาท แต่ประชาชนกลับจะตายอยู่แล้ว ถ้าเราปล่อยให้ความเหลื่อมล้ำเป็นแบบนี้ต่อไปจะเกิดปัญหาสังคมตามมาอีกมาก นโยบายเศรษฐกิจของรวมไทยสร้างชาติจึงไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลข GDP แต่คือการแก้ปัญหาชีวิตที่ลำบากจริง ๆ ผมบอกเสมอว่าเราไม่ใช่แค่คนทำงานการเมือง แต่เราเป็นนักทำงานเพื่อประชาชน ถ้าทำประโยชน์ให้คนไทยไม่ได้ ผมก็ไม่รู้จะอยู่ทำไม ผมพร้อมจะชนกับอุปสรรคและกลุ่มทุนต่าง ๆ เพราะผมไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง" นายพีระพันธุ์ กล่าว
ด้านนายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และผู้สมัคร สส. เขต 7 (บางซื่อ-ดุสิต) หมายเลข 4 ได้ร่วมสะท้อนมุมมองต่อสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน โดยแสดงความกังวลถึงการที่ประเทศไทยถูกชี้นำด้วยกระแสสังคมและข้อมูลจากโซเชียลมีเดียที่อาจไม่ใช่ข้อเท็จจริงทั้งหมด ทำให้ประชาชนมองไม่เห็นปัญหาที่แท้จริงที่รออยู่ข้างหน้า พร้อมระบุว่าการถูกปั่นให้เลือกข้างทางการเมืองไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่จะกลายเป็นการสร้างปัญหาในระยะยาว ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติพยายามนำเสนอนโยบายที่กลั่นกรองมาอย่างดีและทำได้จริง โดยเน้นความเด็ดขาดมากกว่าการสร้างภาพลักษณ์ทางการเมือง
"ผมรู้สึกว่าประเทศไทยวันนี้โดนปั่นด้วยกระแส และโดนหลอกด้วยโซเชียล ทำให้คนจำนวนไม่น้อยไม่ได้รับข้อเท็จจริง และไม่เห็นปัญหาใหญ่ที่รออยู่ การเลือกข้างไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาแต่จะสร้างปัญหาในระยะยาวต่อไป
ผมยอมรับว่าเราอาจจะยังเก่งไม่พอในเรื่องการสร้างภาพลักษณ์ให้คนเห็น แต่เรามีความเด็ดขาดมาแทนที่ พรรครวมไทยสร้างชาติคือพรรคที่สู้เพื่อคนไทยจริง ๆ นโยบายของเราทุกอย่างผ่านการกลั่นกรองมาแล้วว่าทำได้จริงและจะไม่สร้างปัญหาให้พี่น้องประชาชนในภายหลังอย่างแน่นอน" นายชื่นชอบ กล่าว







