การเมืองทั่วไป

“ชื่นชอบ คงอุดม” ปราศรัยใหญ่ ลั่นเด็ดขาดแก้วิกฤต ชูผลงานลดค่าไฟ 2.7 แสนล้าน ย้ำปกป้อง รธน. หมวด 1-2 สู้ทุนเทา

แชร์ข่าว


วันที่ 1 ก.พ.69 ที่ตลาดคงอุดม (ชุมทางสยามยิปซี) นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และผู้สมัคร สส.เขต 7 (บางซื่อ-ดุสิต) หมายเลข 4 ได้เปิดปราศรัยใหญ่ภายใต้แนวคิด "เด็ดขาด แก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ" โดยระบุว่าตนเองเป็นคนที่เกิดและเติบโตในพื้นที่บางซื่อ จึงมีความผูกพันกับชาวพื้นที่เหมือนคนในครอบครัว ซึ่งเส้นทางการเมืองเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2550 แม้จะเคยพ่ายแพ้แต่ก็สู้ต่อจนได้รับความไว้วางใจให้เป็น สส. ในปี 2554 โดยได้ทำงานร่วมกับอดีต สก. ซึ่งผลงานที่เด่นชัดคือการบริหารจัดการจนน้ำไม่ท่วมบางซื่อในปี 2554 เพราะความเป็นคนในพื้นที่ที่รู้จักทุกซอกทุกมุม ต่อมาในช่วงวิกฤตโควิด-19 ตนพยายามจะจัดตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่บ้านของตนเองแม้จะถูกคัดค้านจากหน่วยงานรัฐก็ตาม เพื่อช่วยเหลือชาวบางซื่อที่เดือดร้อน และแม้ในการเลือกตั้งปี 2566 จะไม่ได้ตำแหน่ง สส. แต่ก็ยังคงทำงานในพื้นที่มาโดยตลอดเพราะถือว่าบางซื่อ-ดุสิตคือบ้าน


นายชื่นชอบ เน้นย้ำว่า หน้าที่ของ สส. ไม่ใช่เพียงแค่ฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อออกกฎหมาย แต่ต้องอยู่กับประชาชนและพัฒนาพื้นที่ควบคู่ไปด้วย โดยพรรครวมไทยสร้างชาติมีนโยบายที่ทำได้จริง โดยเฉพาะการลดค่าไฟที่สามารถทำได้แล้วถึง 270,000 ล้านบาท ผ่านการต่อสู้กับทุนพลังงานที่เอาเปรียบประชาชน ซึ่งตนเห็นการทำงานหนักของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่มุ่งมั่นแก้ปัญหาจนส่งผลต่อสุขภาพ

นอกจากนี้พรรคยังเป็นต้นคิดโครงการ "คนละครึ่ง" มาตั้งแต่สมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ปัจจุบันพรรคจะเหลือ สส. ที่ร่วมสู้เพียงไม่กี่คนจากเดิม 36 คน แต่ก็ยังยืนหยัดต่อสู้กับทุนเทาและทุนพลังงานที่พยายามขัดขวางไม่ให้พรรคเข้าไปเป็นรัฐบาลบริหารกระทรวงพลังงาน


"ผมขอยืนยันว่าท่านหัวหน้าพีระพันธุ์เป็นคนเดียวที่กล้าชนกับทุนพลังงาน อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กนะครับ ทุนเหล่านี้เหมือนปลวกที่แอบกินเงินเราอยู่ในมุมมืด รู้ไหมครับว่าที่ลดค่าไฟมาได้ 76 สตางค์ รวม 2 ปี เป็นเงินถึง 270,000 ล้านบาทที่คืนกลับเข้ากระเป๋าพวกเรา พรรครวมไทยสร้างชาติคือพรรคที่ทำจริง คิดทุกเรื่องที่ทำได้และไม่เป็นภาระภาษีของประชาชน เราสู้กับสารพัดทุน ถ้าพี่น้องชาวบางซื่อ-ดุสิตไม่ช่วยเราสู้ เราจะเป็นทาสเขาแน่ๆ ผมไม่ได้อยากดราม่า แต่ผมเป็นห่วงประเทศนี้จริงๆ กลัวคนไทยไม่รู้ว่าพวกเราทำงานหนักขนาดไหนเพราะเราสร้างภาพไม่เก่งเท่าคนอื่น (ร้องไห้)"


ในส่วนของประเด็นทางการเมือง นายชื่นชอบแสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับการฉีกรัฐบาลธรรมนูญ และต้องคงหมวด 1 และหมวด 2 เกี่ยวกับสถาบันหลักของชาติไว้ พร้อมโต้แย้งพรรคการเมืองที่มุ่งเน้นแต่การแก้รัฐบาลธรรมนูญโดยไม่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนก่อน


นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงกรณีถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพลหรือนักเลง โดยยืนยันว่าตระกูลคงอุดมไม่ใช่คนเช่นนั้น และตนมักถูกกลั่นแกล้งทางการเมือง เช่น การถูกร้องเรียนเรื่องติดสติกเกอร์หาเสียงขวางหูขวางตาถึง 34 จุดโดยคนเพียงคนเดียว รวมถึงกรณีที่หัวหน้าพรรคถูกร้องเรียนต่อ ปปช. เรื่องถุงยังชีพระหว่างช่วยน้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีการชี้มูลความผิดและจำเลยรายแรกหลุดคดีไปแล้ว นายชื่นชอบจึงขอโอกาสจากประชาชนให้เลือก สส. ที่ทำงานจริงและรักสถาบันหลัก เพื่อเข้าไปเลือกนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ดีมาบริหารประเทศต่อไป

ข่าวแนะนำ