วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 นายธนกร คงอุดม ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 (บางพลัด–บางกอกน้อย) หมายเลข 13 พรรครวมไทยสร้างชาติ ขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ครั้งแรกภายใต้แนวคิด "เด็ดขาด แก้วิกฤต พลิกโฉมประเทศ" ณ ตลาดคงอุดม (ชุมทางสยามยิปซี) โดยได้นำเสนอแนวคิดและนโยบายเพื่อแก้ปัญหาประเทศให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา
โดยนายธนกร ยอมรับว่าตนเองเป็นหน้าใหม่ทางการเมืองแต่มีความมั่นใจในจุดยืนของพรรครวมไทยสร้างชาติที่เป็นพรรคแนวอนุรักษ์นิยมแต่ไม่ตกยุค นโยบายของพรรคกลั่นกรองมาจากปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในบริบทปัจจุบันของสังคม มุ่งเน้นการแก้ไขอย่างเด็ดขาด ชัดเจน และจับต้องได้ เริ่มจากประเด็นเรื่องอธิปไตยซึ่งถือเป็นแก่นของชาติ โดยนายธนกรได้หยิบยกกรณีความขัดแย้งบริเวณชายแดนและการใช้อาวุธที่มีการโจมตีเข้ามาในฝั่งไทย เพื่อชี้ให้เห็นความจำเป็นของการให้ความสำคัญกับเรื่องทหาร เพื่อปกป้องอธิปไตยจากประเทศที่มีบริบททางสังคมและเศรษฐกิจด้อยกว่าแต่กลับกล้าท้าทายไทย
ในส่วนของนโยบายด้านคุณภาพชีวิต นายธนกรยืนยันว่าหัวหน้าพรรคและแกนนำพรรคพร้อมใช้กฎหมายเข้ามาต่อสู้เพื่อลดภาระให้ประชาชน ทั้งเรื่องค่าไฟฟ้าและราคาน้ำมัน โดยเฉพาะแนวทางการปรับลดราคาน้ำมันลง 5 บาท ซึ่งเป็นการกระทำที่ทำได้จริงและส่งผลดีต่อประชาชนโดยตรง
"เรื่องราคาน้ำมันที่เสนอให้ลดลง 5 บาทนั้นทำได้จริงแน่นอนครับ รถยนต์สี่ล้อที่เราใช้งานกัน หากเติมน้ำมันขั้นต่ำ 35 ลิตร จะช่วยประหยัดเงินได้ 175 บาทต่อการเติมหนึ่งครั้ง หรือถ้าถังใหญ่ขนาด 70-80 ลิตร ก็จะประหยัดได้ถึง 350 บาทต่อการเข้าปั๊มหนึ่งครั้ง ซึ่งในหนึ่งเดือนเราต้องเติมกันกี่ครั้ง ก็จะช่วยลดภาระไปได้เท่านั้น แนวคิดของพรรคเราไม่ใช่การเอาภาษีมาตัดแปะ แต่คือการใช้กฎหมายเข้ามาแก้ปัญหาเพื่ออุดช่องว่าง ให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์คืนจากเงินภาษีของพวกเราเอง"
นอกจากประเด็นเรื่องค่าครองชีพแล้ว นายธนกรยังชูนโยบายแก้ปัญหาหนี้สินผ่านการจัดการประวัติเครดิตบูโรเพื่อลดปัญหาหนี้นอกระบบ โดยไม่ต้องให้ประชาชนไปวิ่งตามหาเงินกู้จากป้ายโฆษณาตามเสาไฟฟ้าที่มีดอกเบี้ยมหาศาล แต่จะใช้ระบบที่คิดค้นมาเพื่อแก้ปัญหาให้การจ่ายหนี้จบลงได้จริงโดยไม่ต้องรอค้างชำระนานถึง 3 ปี
พร้อมกันนี้ยังได้เสนอแนวคิดด้านความปลอดภัยในสังคมที่เด็ดขาด โดยอ้างอิงถึงตัวอย่างจากประเทศจีนที่มีการลงดาบประหารชีวิตคนในตระกูลที่กระทำผิดร้ายแรงถึง 11 คน และยึดทรัพย์สินมูลค่ารวมกว่า 43,000 ล้านบาท เพื่อแสดงให้เห็นถึงความจำเป็นของกฎหมายที่เข้มแข็ง ซึ่งตนเองพร้อมจะเป็นหนึ่งในแรงผลักดันให้ประเทศไทยมีกฎหมายที่มีบทลงโทษรุนแรงและเด็ดขาดเช่นนี้ เพื่อสร้างความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างแท้จริง
สำหรับการทำงานในระดับพื้นที่ เขต 33 (บางพลัด–บางกอกน้อย) นายธนกรระบุว่าได้รับทราบปัญหาและเตรียมการบ้านเพื่อประสานงานแก้ไขไว้อย่างครบถ้วน ทั้งเรื่องการปรับปรุงสะพานข้ามคูคลองเข้าชุมชน เช่น ชุมชนคลองมะนาวที่ปัจจุบันยังเป็นสะพานไม้ที่เสี่ยงต่ออันตรายและมีการใช้งานหนาแน่น รวมถึงปัญหาขยะตกค้างและความสะอาดในชุมชนที่ต้องได้รับการผลักดันอย่างจริงจัง
"โจทย์สำคัญที่สุดที่ผมได้รับมาตั้งแต่วันแรกที่ลงพื้นที่ คือเรื่องระบบบำบัดน้ำของเขตบางกอกน้อย ที่ปัจจุบันกลายเป็นบ่อเพาะพันธุ์ยุงลายและเป็นแหล่งกำเนิดน้ำเน่าเสีย ปัญหาทุกอย่างที่ได้รับทราบมานี้ ผมพร้อมที่จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดการแก้ไขอย่างต่อเนื่องต่อไป ผมขอขอบคุณหัวหน้าพรรคและทุกๆ คนที่ช่วยอบรมบ่มเพาะและมอบโอกาสให้ผมมาทำหน้าที่ตรงนี้เพื่อพี่น้องประชาชน"
นายธนกร กล่าวว่า ฝากถึงพี่น้องประชาชนให้พิจารณาเลือกผู้สมัครหมายเลข 13 จากพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อเข้าไปเป็นตัวแทนในการขับเคลื่อนนโยบายที่เด็ดขาดและแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศให้เห็นผลเป็นรูปธรรม








