การเมืองทั่วไป

"พีระพันธุ์" เปิดภูมิทัศน์พลังงานไทย ชี้ปัญหาปกปิดราคาจริง ประกาศกร้าว เข้าไปล้างระบบ "ปล้นประชาชน"

แชร์ข่าว

31 มกราคม 2569 กรุงเทพฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเป้าหมายทางการเมืองและแนวทางการแก้ไขปัญหาพลังงานอย่างละเอียด โดยระบุว่าภารกิจสำคัญที่สุดคือการหยุดยั้งสิ่งที่เรียกว่าการปล้นประชาชนในเรื่องพลังงาน ซึ่งเป็นแรงผลักดันหลักที่ทำให้นโยบายของพรรคไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล แต่ต้องการเป็นพรรคหลักเพื่อให้นโยบายทั้งหมดสามารถลงมือทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเงื่อนไขเวลา 90 หรือ 100 วัน

โดยเฉพาะปัญหาเรื่องราคาน้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซหุงต้ม ซึ่งนายพีระพันธุ์ยืนยันว่ามีความพร้อมทั้งในด้านข้อกฎหมายและแนวทางจัดการที่ชัดเจน โดยได้ตั้งเป้าหมายลดราคาก๊าซหุงต้มลงมาอยู่ที่ 360 บาทต่อถัง จากปัจจุบันราคา 480 บาท เนื่องจากก่อนพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเคยตรึงราคาไว้ที่ 423 บาท โดยมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 25 บาทต่อกิโลกรัม แต่ปัจจุบันต้นทุนลดลงเหลือประมาณ 17-20 บาทต่อกิโลกรัม แต่ราคาก๊าซหุงต้มกลับขึ้นเป็น 480 บาท จึงคำนวณแล้วว่า หากต้นทุนอยู่ในระดับราคาปัจจุบัน สามารถบริหารจัดการต้นทุนตามความเป็นจริงเพื่อกดราคาลงมาที่ 360 บาทได้

นายพีระพันธุ์ได้สะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบพลังงานไทยว่า ในช่วงที่ผ่านมาประชาชนต้องจ่ายค่าน้ำมันในราคาที่รวมทั้งภาษีและเงินสมทบกองทุนต่างๆ มากมาย โดยที่ตัวเนื้อน้ำมันจริงๆ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น แต่ปัญหาที่ร้ายแรงคือกระทรวงพลังงานไม่เคยรับรู้ต้นทุนน้ำมันที่แท้จริงของผู้ค้าในประเทศ เนื่องจากถูกอ้างว่าเป็นความลับทางการค้า ส่งผลให้ประเทศไทยต้องไปอิงราคาตลาดสิงคโปร์แทน ทั้งที่ในความเป็นจริงแม้แต่สินค้าอุปโภคบริโภคอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังต้องแจ้งต้นทุนต่อกระทรวงพาณิชย์ก่อนปรับราคา ตนในฐานะนักกฎหมายจึงได้นำมาตรา 8 มาใช้ในการออกประกาศให้ผู้ค้าต้องแจ้งต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของประเทศ โดยมีการลงนามเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2567 และมีผลบังคับใช้ในเดือนพฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งข้อมูลนี้ทำให้พบข้อเท็จจริงที่น่าตกใจว่าต้นทุนในประเทศไทยบางส่วนสูงกว่าราคาตลาดโลก

"หน้าที่ของผมคือเข้าไปทำเรื่องพลังงานให้จบ ผมมาเพื่อแก้ปัญหาประเทศและปัญหาของประชาชน ไม่ได้มาเพื่อแก้ปัญหาการเมือง ผมพร้อมเข้าร่วมกับทุกฝ่ายที่เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภัยกับประชาชน แต่ในเรื่องพลังงานผมมั่นใจและยืนยันได้ว่าไม่มีใครทำได้นอกจากผม หลายคนถามว่าทำไมไม่ทำตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว แต่ความจริงผมทำอย่างหนัก เนื่องจากผมไม่เคยอยู่ในวงการน้ำมันมาก่อน แต่ที่ผมจัดการได้ทุกเรื่องเพราะผมไปศึกษาจริงจัง จนรู้ว่าปัญหาอะไรคือของจริง และที่สำคัญผมไม่มีผลประโยชน์ ทุกอย่างที่ทำคือเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง"

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติในกระทรวงพลังงาน โดยระบุว่าแม้กระทรวงนี้จะมีงบประมาณต่ำที่สุดในบรรดาทุกกระทรวง คือประมาณ 2,000 กว่าล้านบาท ซึ่งน้อยกว่าบางกรมในกระทรวงมหาดไทยด้วยซ้ำ แต่กลับเป็นกระทรวงที่มีผู้ต้องการเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนมองว่าหากตนเองไหลตามน้ำไปเหมือนคนอื่นก็คงไม่ต้องเผชิญกับการถูกวิพากษ์วิจารณ์ แต่เพราะตนเลือกที่จะเข้ามาดูความจริงและตั้งคำถามว่าทำไมต้องอิงราคาน้ำมันจากสิงคโปร์ จึงนำไปสู่การรื้อระบบเพื่อความโปร่งใส ทั้งหมดนี้เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าความรู้และความเข้าใจที่ถูกต้องประกอบกับการไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน จะเป็นทางออกที่ยั่งยืนในการป้องกันไม่ให้ประชาชนถูกเอาเปรียบเรื่องราคาพลังงานอีกต่อไป

ข่าวแนะนำ