เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 ม.ค. ที่สวนลุมพีนี เขตปทุมวัน กทม. พรรคภูมิใจไทย(ภท.) มีการเปิดปราศรัยกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นการเปิดปราศรัยใหญ่ทางการเมืองครั้งแรก ก่อนที่จะมีเลือกตั้งใหญ่ในวันที่ 8 ก.พ.โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาร่วมรับฟังการปราศรัยเป็นจำนวนมาก
จากนั้นเวลา 17.30 น. นายเอกนัฏ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า สโลแกนพรรคภูมิใจไทย คือพูดแล้วทำ ปกติตนเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด แต่เหลือเวลาอีก8วันจะมีการเลือกตั้ง เป็นเวลาสำคัญที่นอกจากทำแล้ว เราต้องพูดบ้าง ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง ทุกพรรคการเมือง นักการเมืองทุกคน พูดเก่ง ขยันเหลือเกิน วาดความฝันจะได้โน่นนี่ ประเทศจะดีแบบนั้น แบบนี้ แต่ถึงเวลาจริงๆมีกี่ครั้งที่ทำให้คนตาดำๆแบบเราต้องฝันสลาย ตนฟังมาตลอดตั้งแต่มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ตนเห็นว่าที่ผ่านมาไม่ได้หนีจากวัฒนธรรมเดิมๆเลย ไปตามเวทีหาเสียง เวทีดีเบต ยังไม่หลุดพ้นกับวัฒนธรรมในการสร้างวาทกรรมวาดฝันให้สวยหรู แต่ถึงเวลาจริงๆ ทำได้หรือไม่ แต่พรรคภูมิใจไทยพูดแล้วทำ วันนี้ถ้าเราไม่พูดความจริง ประเทศจะไม่หลุดพ้นกับดักทางการเมือง ที่มาฉุดรั้งประเทศไม่ให้พัฒนา
“เลือกตั้งครั้งที่แล้วใครจำได้บ้าง ทหารมีไว้ทำไม กองทัพมีไว้ทำไม รถถังไม่ต้องมีเอารถไถดีกว่ามั้ย เรือรบไม่ต้องมีเอาเรือประมงดีกว่ามั้ย สร้างวาทกรรมทำให้คนหลงเชื่อ แต่ถึงเวลาจริง ต้องสู้กันจริง หายไปไหน เสียงดังตอนเลือกตั้ง แต่ถึงเวลาต้องทำจริง เงียบ หายไปหมดเลย พอรัฐบาลภายใต้พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จัดการปัญหาชายแดนเรียบร้อย ความสงบจบที่ประเทศไทยชนะ พื้นที่ตามชายแดนที่ถูกทหารฝั่งตรงข้ามรุกล้ำเข้ามา วันนี้รัฐบาลภายในการนำของนายกฯ อนุทินรับจบเรียบร้อย ผมเลยมาพูด แต่พอพูดเสร็จ เขาบอกว่าพรรคภูมิใจไทยหาเสียงด้วยการสร้างกระแสชาตินิยม แล้วใครให้มาด้อยค่าทหารตั้งแต่แรก บอกสงครามไม่มีจริง แล้วที่ระเบิดตกใส่โรงพยาบาล ปั๊มน้ำมัน มีคนเสียชีวิต แล้วจะให้เราอยู่เฉยๆหรือ นี่คือเหตุผลที่ทำไมเราต้องมาพูดความจริง“ นายเอกนัฏ กล่าว
นายเอกนัฏ กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยพูดความจริง เหลือเวลาอีก8วันจะเลือกตั้ง ถ้าเราไปหลงกับความเชื่อวาทกรรมสร้างความปลุกปั่นทางการเมือง ในที่สุดบ้านเมืองจะหนีไม่พ้นกับดักการเมือง ขณะที่เรื่องประกันสังคม ตนเห็นด้วย เจ็บใจเหมือนกัน อยากให้ระบบดังกล่าวถูกต้อง โปร่งใส เอาเงินของประชาชนที่อยู่ในระบบไปใช้ไปลงทุนแล้วคืนกลับมาเป็นสิทธิประโยชน์ให้กับเราเหมือน แต่ตนหวังว่าการปลุกกระแสในช่วงนี้ ไม่ใช่การหวังผลทางการเมือง สร้างความโกรธเกลียดให้กับเราเพียงแค่หวังแต้มทางการเมือง เพราะ2ปีที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งตัวแทนของบอร์ดฝ่ายลูกจ้างที่ไปหาเสียงว่าเป็นตัวแทนของคณะก้าวหน้า แค่ชื่อก็รู้แล้วว่ามาจากใคร เพราะฉะนั้นอย่าดังแค่ตอนนี้ อย่าให้เหมือนเลือกตั้งคราวที่แล้ว ที่บอกไม่ต้องมีทหาร ไม่ต้องมีกองทัพ พอเกิดสงครามจริง ก็เงียบ หากได้มีโอกาสเข้าไปทำงานอย่าดังเฉพาะตอนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้งให้ดังด้วย
”พรรคภูมิใจไทย เราทำจริง เรื่องปราบทุนเทา เรื่องจัดการอุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ ผมเป็นคนที่ยืนเป็นหลักให้เจ้าหน้าที่ ให้ข้าราชการทำงานอย่างเต็มที่ เช่นเดียวกันพอมาเลือกตั้งก็มาสร้างวาทกรรม ว่าน้ำเงินอุ้มเทา ผมถามว่า ตอนที่ส่งเครื่องบินไปเสิร์ฟไข่ใส่กาสิโนฝั่งเขมร มีใครโทรไปสั่งให้หยุดหรือไม่ ไม่มี ราบเป็นหน้ากลองไปหมด แล้วเม็ดเงินที่ถูกพัวพันกับขบวนการสแกมเมอร์ ตอนแรกก็บอกว่ารัฐบาลภูมิใจไทยไม่ทำอะไร แต่เราอายัดบัญชีเม็ดเงินหมื่นกว่าล้าน รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยทำเป็นรัฐบาลแรก เอ็มโอยูก็ไปเซ็นกับต่างชาติให้มาร่วมกันจัดการกับปัญหา แต่เอ็มโอยูที่สุ่มเสี่ยงว่าประเทศไทยจะเสียเปรียบเสียท่าให้กับสแกมเมอร์ เราก็ยกเลิก การจับกุมดำเนินคดีไปถึงกลุ่มการเมืองที่อยู่เบื้องหลังการตั้งกาสิโน ทุนเทาต่างประเทศ หรือการจัดการข้าราชการที่ไปซื้อเอทีเคในช่วงหนึ่งมาก็จัดการไปหมด ตอนแรกบอกเราไม่ทำ พอจัดการไปหมด เขาบอกว่าทำเร็วเกินไปในช่วงเลือกตั้ง แต่พรรคภูมิใจไทยบอกแล้ว ความยุติธรรม ความถูกต้อง ต้องทำทันที วันนี้มีวิกฤตมากมายที่ประเทศต้องเผชิญ เป็นความจริงที่พูดไปแล้วอาจรับได้ยาก เป็นความจริงที่ต้องมาพูดกันเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจ เพราะประเทศไทยจะต้องอยู่ในความเสี่ยงแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว” นายเอกนัฏ กล่าว
นายเอกนัฏ กล่าวด้วยว่า ไม่ต้องไปพูดว่าเลือกแบบยุทธศาสตร์ เราเอาตรงไปตรงมา เพราะเราหาเสียงเปิดเผย เลือกแบบไหนได้แบบนั้น ตนขอเชิญชวนทุกคนเปิดใจฟังแกนนำของพรรครวมถึงนายอนุทิน ที่จะขึ้นมาปราศรัยก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าเที่ยวนี้อนาคตของบ้านเมืองท่านจะฝากไว้กับใคร








