เมื่อ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน ช่วงเช้าวันที่ 11 พ.ค.69 เนื่องจากได้รับการพักโทษ น่าสนใจว่า รัฐบาล “อนุทิน 2” และ “พรรคภูมิใจไทย” หรือแม้แต่ “ครูใหญ่เนวิน” ถูกเฝ้ามองชนิดตาไม่กระพริบเช่นกัน แม้ทั้ง “ทักษิณ” และ “เนวิน” ต่างไม่ได้อยู่ในฐานะ “คู่ขัดแย้ง” ชนิดที่จะต้องฟาดฟันกันให้ตายไปข้างหนึ่ง
แต่อย่าลืมว่า “พรรคภูมิใจไทย” ก้าวขึ้นมาในวันนี้ ด้วยฐานะ พรรคแกนนำรัฐบาล และยังถูกตั้งข้อสังเกตว่า “กินรวบ” แทบทุกมิติของอำนาจ เพราะภูมิใจไทย คือตัวแทนคนใหม่ของ “ฝั่งอนุรักษ์นิยม” ต่างหาก
หลังจากที่ “พรรคเพื่อไทย” อยู่ในอาการที่หนักหนาสาหัส แก้วสามประการในมือ ทักษิณ ที่เคยมี และแม้วันนี้ยังคงมีอยู่ ทั้ง “พรรคการเมือง-อำนาจรัฐ-คนเสื้อแดง” แต่ไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะ “ต่อกร” หรือกลับมายิ่งใหญ่ได้อีก
จากนี้ทักษิณ จะใช้วิธี “เก็บตัว” อยู่ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า และ “ลดบทบาท” ไม่ให้เป็นที่สะดุดตาหรือ “เล่นใหญ่” เหมือนเมื่อคราวกลับจากดูไบ เพื่อรักษาทั้ง “พรรคเพื่อไทย” และครอบครัวชินวัตร เองไม่ให้เจอกับ “แรงกระแทก”ไปมากกว่านี้
ขณะที่ ทักษิณ เลือกใช้วิธีเก็บงำตัวเองเพื่อรักษา “สถานะ” แต่สำหรับพรรคภูมิใจไทย ที่วันนี้อยู่ในฐานะ “ตัวเล่นหลัก” กำลังโลดแล่นและ “รับมือ” กับการตรวจสอบจาก “ฝ่ายค้าน”
โดยพรรคประชาชนและพรรคประชาธิปัตย์ เพิ่งยื่นคำร้องไปยัง “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ เพื่อให้ส่งเรื่องไปยัง “ศาลรัฐธรรมนูญ” วินิจฉัยว่าการออก “พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน” ของรัฐบาล “อนุทิน 2” นั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือไม่
เกมการตรวจสอบรัฐบาล โดยพรรคฝ่ายค้านที่ใช้กลไกจากศาลรัฐธรรมนูญ เบรกไม่ให้พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวเข้าไปสู่การพิจารณาของสภาฯ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายคุมเสียงข้างมากทั้งสภาล่างและสภาบน
วันนี้นายกฯอนุทิน บอกกับสื่อว่า เขาเองมองการเมืองเป็น “มุมบวก” หลังจากที่ทักษิณ ได้พักโทษและหากมีโอกาส ก็คงจะได้เจอกัน กรุงเทพฯ ไม่ได้กว้างใหญ่อะไรนัก หมายความว่า “โอกาส” ที่นายกฯอนุทิน จะเข้าไปเยี่ยมทักษิณ ที่บ้านพักจันทร์ส่องหล้า
ระหว่างอนุทินกับทักษิณ ย่อมไม่ใช่คนอื่นคนไกล แม้วันนี้พรรคภูมิใจไทยจะก้าวขึ้นมาเล่น “บทนำ” เป็นตัวแทนฝั่งอนุรักษ์นิยม คนใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าพรรคสีน้ำเงิน จะต้องเปิดศึกและสร้างศัตรูรอบด้าน
ลำพังปัญหาที่รัฐบาลกำลังรับมือกับ “พรรคฝ่ายค้าน” ที่ไม่ได้สู้กันด้วย “เสียงข้างมาก” ในสภาฯ แต่ดูเหมือนว่าจะสามารถเบรก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ไปจนถึงโครงการแลนด์บริดจ์ซึ่งล่าสุดมีความเป็นไปได้ว่า รัฐบาลอาจ “ต้องถอย”
ดังนั้นสำหรับนายกฯอนุทิน ผู้ซึ่งถูกวางตัวให้เป็นคนประนีประนอมกับทุกฝ่าย ทุกขั้วอำนาจ ย่อมประเมินได้ว่า แม้จะอยู่ในจุดที่ได้เปรียบ แต่ไม่จำเป็นต้องเปิดศึกหลายทาง รวมถึงการเปิดช่อง เว้นที่เอาไว้ สำหรับการเข้าเยี่ยมเยือน ทักษิณ ที่บ้านจันทร์ส่องหล้า ย่อมมีแต่ทำให้ “การเมือง” เป็นไปในทาง “บวก”








