"พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง" มุ่งแก้ปมหนี้การศึกษา 3 ล้านราย พร้อมเดินหน้าเปลี่ยน "ผู้บุกรุก" เป็น "เจ้าของที่ดิน" ลั่นใช้ประมวลรัษฎากรตรวจสอบความมั่งคั่งผิดปกติ ย้ำต้องไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย
วันที่ 30 ม.ค.2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ภายหลังการออกรายการ เนชั่นวิเคราะห์ ถึงนโยบายเร่งด่วน 3 ด้านหลัก หากพรรคประชาชาติได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาลว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนและสร้างความเป็นธรรมในสังคม นโยบายเร่งด่วนลำดับแรกคือ ดังนั้นการแก้ปัญหาหนี้สินทางการศึกษา โดยเฉพาะหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งเป็นหัวใจของนโยบาย “การสร้างคน” เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ
“เราจะระงับการชำระคืนหนี้ กยศ. สำหรับผู้ที่ครบกำหนดชำระแล้ว เพื่อลดภาระของคนรุ่นใหม่ และเปิดโอกาสให้สามารถตั้งตัวทางเศรษฐกิจได้ โดยคาดว่ามาตรการนี้จะส่งผลต่อผู้กู้กว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ” พ.ต.อ.ทวี กล่าว
พ.ต.อ.ทวี กล่าวต่อว่า นโยบายเร่งด่วนลำดับที่สอง คือ การปฏิรูปที่ดินทำกิน โดยพรรคประชาชาติจะผลักดัน การนิรโทษกรรมกรณีพื้นที่ป่าไม้ทับซ้อนกับที่ดินทำกินของประชาชน เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชาชนในพื้นที่ชนบท ปัญหาที่ดินทำกินเป็นปัญหาเรื้อรังที่กระทบชีวิตประชาชนโดยตรง ประชาชนจำนวนมากอยู่กับที่ดินนั้นมานาน แต่กลับถูกมองว่าเป็นผู้บุกรุก เราจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้อย่างเป็นธรรม ไม่ใช่ใช้กฎหมายไปกดทับชีวิตคน พร้อมกันนี้ พรรคจะผลักดันให้เกษตรกร ได้รับกรรมสิทธิ์ในที่ดินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นคงในการประกอบอาชีพ รวมถึงเดินหน้านโยบาย ยกระดับราคาสินค้าเกษตร เพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
“เมื่อเกษตรกรมีที่ดิน มีสิทธิ และมีราคาผลผลิตที่เป็นธรรม เขาจะยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องรอความช่วยเหลือจากรัฐตลอดเวลา ส่วนของนโยบายเร่งด่วนลำดับที่สาม พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการ เสริมสร้างหลักนิติรัฐและนิติธรรม โดยมุ่งปราบปรามยาเสพติด ผู้มีอิทธิพล และการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อ ยกระดับระบบธรรมาภิบาลของประเทศอย่างเป็นรูปธรรม"พ.ต.อ.ทวี กล่าว
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า พรรคตั้งเป้าหมาย ขจัดคอร์รัปชันให้เหลือ 0% โดยจะใช้ ประมวลรัษฎากร มาตรา 49 เป็นเครื่องมือหลักในการตรวจสอบที่มาของรายได้และทรัพย์สิน เพื่อปิดช่องโหว่การสะสมความมั่งคั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หากใครมีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ ต้องตอบให้ได้ว่าเงินมาจากไหน หากชี้แจงไม่ได้ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการทางภาษีและกฎหมาย นี่คือการใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้วอย่างจริงจัง
"แนวทางดังกล่าวถือเป็นการเปลี่ยนจากการปราบปรามเชิงรับ มาเป็น การตรวจสอบความมั่งคั่งเชิงรุกในระดับโครงสร้าง เพื่อทำให้รัฐมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำให้งบประมาณแผ่นดินกลับมาใช้ ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน นโยบายทั้งสามด้านนี้ถูกกำหนดเป็น วาระเร่งด่วนของพรรคประชาชาติ เพื่อคลี่คลายปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมายาวนาน ครอบคลุมตั้งแต่หนี้การศึกษาของคนรุ่นใหม่ ความมั่นคงในที่ดินทำกินของเกษตรกร ไปจนถึงการปฏิรูปธรรมาภิบาลของประเทศ"พ.ต.อ.ทวี กล่าว







