วันที่ 11 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากอาคารรัฐสภา ว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และ ที่ปรึกษากรรมาธิการ และกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 21 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ได้อภิปรายตอกย้ำถึงความล้มเหลวและผลกระทบอย่างรุนแรงจากการบริหารประเทศภายใต้กรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ในวาระรับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี 2567-2568
พันตำรวจเอก ทวี ได้กางชุดข้อมูลที่สะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ตกต่ำโดยระบุว่าในปี 2567 โครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติสามารถบรรลุเป้าหมายได้เพียง 8% และแม้ในปี 2568 จะมีการเพิ่มโครงการเข้าไปจนสูงถึงกว่า 240,000 โครงการ แต่กลับบรรลุเป้าหมายได้เพียง 16% เท่านั้น ซึ่งผลลัพธ์ที่สะท้อนออกมาชัดเจนที่สุดจากรายงานฉบับนี้คือ ตัวเลขความยากจนและความเหลื่อมล้ำในประเทศที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าเจ็บปวด
นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นย้ำคือ ยุทธศาสตร์ชาติถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือ เนื่องจากรัฐธรรมนูญ บังคับให้การจัดทำงบประมาณต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ส่งผลให้เกิดสภาวะงบประมาณที่บิดเบี้ยว รัฐบาลมีรายจ่ายสูงทะลุ 4 ล้านล้านบาท สวนทางกับรายรับสุทธิที่มีเพียง 2.78 ล้านล้านบาท ซึ่งเปรียบเสมือนครอบครัวที่มีรายได้ 28,000 บาท แต่กลับมีรายจ่ายถึง 40,000 บาทต่อเดือน ทำให้ประเทศต้องกู้หนี้ยืมสินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พันตำรวจเอก ทวี ยังได้ชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่เกิดจากฐานคิดแบบอำนาจนิยมในอดีต ทำให้ไม่สามารถปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกได้เลย ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตโรคระบาด สงครามที่กระทบโครงสร้างพลังงาน ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ หรือการเข้ามาของเทคโนโลยี Ai
พันตำรวจเอก ทวี ได้เรียกร้องให้ทบทวนบทบาทของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ท่ามกลางกระแสการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยเสนอว่าไม่ควรให้กรอบยุทธศาสตร์นี้มาผูกมัดหรือกดทับอนาคตของประเทศอีกต่อไป แต่ควรเปิดทางให้เกิดรัฐธรรมนูญที่ทำเพื่อประชาชน ประชาชนรัก หวงแหน และสามารถปกป้องคุ้มครองทุกคนได้อย่างแท้จริง








