ศาลฎีกาฯ เคลียร์ชัด! ยกคำร้องปมพรรคประชาชนส่ง “เท่าพิภพ” ลงสมัครแทน “บุญฤทธิ์” ชี้ผู้ร้องไม่มีอำนาจยื่น
วันที่ 30 มกราคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มกราคม ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง สนามหลวง. ศาลได้อ่านคำสั่งคดีเลือกตั้ง หมายเลขแดงที่ ลต.สสข.10/2569 ที่นายสุรชัย นิวาสพันธุ์ ทนายความยื่นคำร้อง กรณีที่นายบุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตบางกอกน้อย พรรคประชาชน (ปชน.) ลาออกจากพรรค ก่อนทางพรรคจะส่งนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อดีตสส.กทม. ลงสมัครรับเลือกตั้งสส.ในเขตดังกล่าวแทน
โดยผู้ร้องระบุว่า ผู้ร้องเป็นทนายความและประชาชน กรณีที่นายบุญฤทธิ์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)แบบแบ่งเขตเลือกตั้งของพรรคประชาชนลาออกจากพรรคแล้ว. ทางปชน.พรรคส่งนายเท่าพิภพ ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ทั้งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง หรือพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย ไม่มีสิทธิมาถอนการสมัครรับเลือกตั้ง หรือ เปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 87 และพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561มาตรา 52ผู้ร้องจึงขอให้มีศาลฎีกามีคําสั่งตามที่เห็นสมควร
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจคําร้องและเอกสารประกอบคําร้องแล้ว เห็นว่า คดีพอวินิจฉัยโดยไม่จําต้องไต่สวนพยานหลักฐาน ให้งดการไต่สวน
มีปัญหาต้องวินิจฉัยก่อนว่า ผู้ร้องมีสิทธิยื่นคําร้องหรือไม่ เห็นว่า ในกรณีมีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 ให้ศาลฎีกามีอํานาจ วินิจฉัย 3 กรณี กล่าวคือ
กรณีผู้อํานวยการการเลือกตั้งประจําเขตเลือกตั้ง ไม่รับสมัครหรือไม่ประกาศรายชื่อบุคคลใดเป็นผู้สมัคร บุคคลนั้นมีสิทธิยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาให้สั่งเพิ่มชื่อ ได้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ไม่รับสมัคร หรือนับแต่วันที่ประกาศรายชื่อ ตามมาตรา 49
กรณีผู้มีสิทธิ เลือกตั้งหรือผู้สมัครผู้ใดยื่นคําร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ผู้มีชื่อในประกาศรายชื่อ ไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หากคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคําวินิจฉัยให้ถอนการรับสมัคร ผู้นั้นมีสิทธิยื่นอุทธรณ์ คําวินิจฉัยดังกล่าวต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่ถูกถอนการรับสมัคร ตามมาตรา 51 วรรคสองและกรณีก่อนวันเลือกตั้ง หากผู้อํานวยการการเลือกตั้งตรวจสอบพบว่า ผู้สมัครผู้ใดไม่มีสิทธิสมัครให้ยื่นคําร้องต่อศาลฎีกาให้สั่งถอนชื่อผู้นั้นออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ตามมาตรา 52
การที่ผู้ร้องยื่นคําร้องว่า กรณีที่นายบุญฤทธิ์ ซึ่งลาออกจากพรรคแล้วทางพรรคส่งนายเท่าพิภพ ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ทั้งที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายไม่มีสิทธิถอนการสมัครรับเลือกตั้ง หรือเปลี่ยนแปลงผู้สมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 87 และพรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 52 นั้น ไม่ต้องด้วยบทบัญญัติของกฎหมายที่ให้อํานาจศาลฎีกาวินิจฉัยดังกล่าว ผู้ร้องจึงไม่มีอํานาจยื่นคําร้องนี้ต่อศาลฎีกา จึงมีคําสั่งให้ยกคําร้อง
#เท่าพิภพ #พรรคประชาชน #ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง #คดีเลือกตั้ง #เปลี่ยนตัวผู้สมัคร #การเมืองไทย #ข่าวการเมือง #สสกทม #เลือกตั้ง2569







