วันที่ 27 ม.ค.69 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี หมายเลข 48 พรรคไทยสร้างไทย ย้ำจุดยืนเดินหน้าปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง ระบุชัดว่า นักการเมืองถ้าไม่โกง ไม่ควรหวาดกลัวการตรวจสอบโดยตรงจากประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ทุกพรรคที่กำลังหาเสียงกันอยู่ สนับสนุนการให้อำนาจประชาชน เป็นกลไกหลักในการปราบคอร์รัปชัน
คุณหญิงสุดารัตน์ชี้ว่า การทุจริตคอร์รัปชันคือรากเหง้าปัญหาที่กัดกินเศรษฐกิจไทย ทำให้ประเทศถดถอย เศรษฐกิจดิ่งเหวประชาชนยากจน จำเป็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญบางมาตรา เพื่อสร้างระบบตรวจสอบที่ยึดโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง โดยเสนอให้ประชาชนจำนวน 50,000 คน สามารถเข้าชื่อถอดถอนนักการเมืองที่ทุจริต รวมถึงองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญที่ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต ได้โดยตรง
นอกจากนี้ ยังเสนอจัดตั้ง “ป.ป.ช. ภาคประชาชน” เพื่อเป็นกลไกถ่วงดุลอำนาจ ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้สังคม ป้องกันการแทรกแซงจากการเมือง และยุติสภาพที่ประชาชนทำได้เพียง “นั่งมองตาปริบๆ” ดูนักการเมืองโกงกินและปล้นเงินในกระเป๋าของคนไทยโดยไม่สามารถทำอะไรได้
คุณหญิงสุดารัตน์ยกตัวอย่างกรณีอื้อฉาวหลายเหตุการณ์ที่สะท้อนความล้มเหลวของระบบตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นคดีนาฬิกาหรูยืมเพื่อนที่จบลงโดยไม่มีใครต้องรับผิด กรณีโครงการปรับปรุงตึก สตง. จนถล่มมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก กรณีกักตุนหน้ากากอนามัยช่วงโควิดที่สาวไม่ถึงต้นตอ รวมถึงโครงการเสาไฟกินรีที่ถูกตั้งคำถามถึงความโปร่งใส ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นหลักฐานว่า องค์กรอิสระถูกกลไกการเมืองแทรกแซง จนไม่สามารถนำตัวคนโกงมาลงโทษได้จริง
พร้อมกันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์แสดงความผิดหวังต่อท่าทีของ พรรคใหญ่และพรรคการเมืองเก่าแก่ ที่ไม่สนับสนุนนโยบายให้อำนาจประชาชนตรวจสอบ โดยอ้างความกังวลว่าจะถูกใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง
“ดิฉันรู้สึกผิดหวังกับคำตอบของพรรคการเมืองที่บอกว่าหัวใจคือประชาชน และพรรคการเมืองที่เก่าแก่ที่สุด เพราะหากเชื่อว่าหัวใจคือประชาชนจริง ก็ต้องกล้าเชื่อในอำนาจของประชาชน และกล้าที่จะให้อำนาจประชาชนตรวจสอบได้โดยตรง” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
คุณหญิงสุดารัตน์ย้ำว่า พรรคไทยสร้างไทยเชื่อมั่นว่า พลังของประชาชนคือคำตอบในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างยั่งยืน และเป็นหนทางเดียวที่จะยุติยุคที่นักการเมืองและผู้มีอำนาจโกงแล้วลอยนวล พร้อมเดินหน้าผลักดันการเมืองที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และยืนอยู่ข้างประชาชนอย่างแท้จริง







