การเมืองทั่วไป

ทูตสหรัฐฯ ย้ำ Cobra Gold ใหญ่สุดโลก เลี่ยงตอบสัมพันธ์ทหารกัมพูชา ผบ.ทสส.ยันไทยพร้อมรบปกป้องอธิปไตย

แชร์ข่าว

”ทูตสหรัฐฯ“ ยัน ฝึก Cobra Gold ใหญ่สุดและนานที่สุด ไม่มีการฝึกใด ที่จะเทียบเท่า เลี่ยงตอบ สหรัฐฯรื้อฟื้นสัมพันธ์ ทางทหารกับกัมพูชา และจะฝึกร่วมAngkor Sentinel กับกัมพูชา ในขณะที่ ไทย-กัมพูชา สู้รบกัน ทำให้คนไทยไม่สบายใจขณะ ผบ.ทหารสูงสุด ชี้ ไทยรักสงบ แต่ถึงรบก็พร้อมเสมอ แต่เป็นการรบเพื่อรักษาสันติภาพ ปกป้องอธิปไตย

พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ร่วมกับ นาย SEAN K. O’NEILL เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เป็นประธานการแถลงข่าวการฝึกร่วม/ผสม คอบร้าโกลด์ 2026 (Cobra Gold 2026) ที่ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ

นาย SEAN K. O’NEILL ได้กล่าวถึงการฝึกร่วม/ผสม ครั้งนี้ ว่าเป็นการฝึกครั้งที่ 45 ระหว่างไทยและสหรัฐฯ ทั้งยังเป็นการฝึกที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งจากความต่อเนื่องและยาวนานดังกล่าว จึงเป็นการย้ำและยืนยัน ถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ อย่างที่ไม่มีประเทศอื่นใดจะเทียบเท่าได้ในภูมิภาคนี้ แม้สหรัฐฯ จะมีแนวทางในการฟื้นฟูการฝึกทางทหารกับประเทศอื่นใดในภูมิภาคนี้ก็ตาม

พร้อมกันนี้ยังเป็นโอกาสดีอย่างยิ่งในการเฉลิมฉลองครบรอบ การประกาศอิสรภาพ 250 ปีของสหรัฐอเมริกา ซึ่งตลอดทั้งปีนี้ จะมีกิจกรรมเฉลิมฉลองต่าง ๆ แสดงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รวมทั้งจะมีการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสหรัฐฯ ไทย และภาคีต่าง ๆ ทั่วโลก ภายใต้การนำของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เมื่อถามว่า สหรัฐฯรื้อฟื้นสัมพันธ์ ทางทหารกับกัมพูชา และจะฝึกร่วมAngkor Sentinel กับกัมพูชา ในขณะที่ ไทย-กัมพูชา สู้รบกัน ทำให้คนไทยไม่สบายใจ นั้น นาย SEAN K. O’NEILL เลี่ยงตอบ โดย กล่าวว่า การฝึกCobraGold ที่ใหญ่ที่สุด และ ยาวนาน 45 ครั้งแล้ว สะท้อนความสัมพันธ์ ที่ใกล้ชิดยาวนานของไทยและสหรัฐฯ ไม่มีการฝึกอื่น ที่จะมีความสำคัญเทียบเท่ากับการฝึกนี้ นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือกับกองทัพไทยในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และสแกมเมอร์ ด้วย

พลเอก อุกฤษฏ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า การฝึกครั้งนี้จะมีชาติพันธมิตร และเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กว่า 30 ประเทศเข้าร่วม และจะไม่ใช่เพียงแค่การฝึกรบ แต่เป็นการดำเนินยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคงที่สำคัญในภูมิภาค เพื่อรับมือกับความท้าทายต่าง ๆ ในทุกมิติทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ ทางอวกาศ และทางไซเบอร์ ให้สอดรับกับภัยคุกคามในปัจจุบันที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เช่น การหลอกลวงออนไลน์ การแพร่กระจายข่าวปลอม การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางพลเรือนซึ่งส่งผลกระทบต่อปฏิบัติการทหารด้วยเช่นกัน

การฝึกนี้ จึงเป็นการยกระดับความร่วมมือในการรับมือกับภัยความมั่นคงที่สำคัญเหล่านี้ เพื่อพัฒนากองทัพให้พร้อมทั้งการรบ และสามารถช่วยเหลือประชาชนในยามวิกฤต สามารถบรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยและให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที

โดยมุ่งมั่นพัฒนา 4 ด้าน คือ ความพร้อมด้านการปฏิบัติการร่วม (Joint Operation Readiness) เพื่อรับมือกับวิกฤติต่าง ๆ ร่วมกับนานาประเทศ โดยมีความยืดหยุ่นและพร้อมรับมือ (Flexibility & Preparedness) ผ่านการฝึกจำลองในรูปแบบที่หลากหลาย โดยมุ่งมั่นสร้างหุ้นส่วนด้านสันติภาพ (Partnership for Peace) ด้วยการสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นผ่านการฝึกร่วมกัน และสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ด้วยปฏิบัติการด้านมนุษยธรรม เชื่อมโยงความมั่นคงเข้ากับการพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีให้กับประชาชน

ผู้บัญชาการทหารสูงสุด แสดงความเชื่อมั่นว่า ความไว้วางใจที่สร้างขึ้นร่วมกับประเทศต่าง ๆ ผ่านการฝึก Cobra Gold จะมีส่วนช่วยให้ภูมิภาคนี้สามารถผ่านพ้นวิกฤตและความท้าทายใหม่ ๆ ในอีก 10 - 20 ปีข้างหน้าไปได้ ซึ่งจะเป็นข้อพิสูจน์ว่า ประเทศต่าง ๆ สามารถทำงานร่วมกันเพื่อเป้าหมายที่สูงส่งคือสันติภาพและความมั่นคงของภูมิภาค และความร่วมมือระหว่างกัน ยังคงมีความเข้มแข็งกว่าความขัดแย้ง

“ขอย้ำว่าไทย เป็นประเทศที่รักสงบ แต่ถึงรบก็พร้อมเสมอ แต่เป็นการรบเพื่อรักษาสันติภาพ ปกป้องอธิปไตย ความมั่นคงของประชาชน และสนับสนุนและเสถียรภาพของภูมิภาคไม่ใช่เพื่อสร้างความขัดแย้ง”ผบ.ทหารสูงสุด กล่าว