“ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ปราศรัยใหญ่ลานพาร์ค พารากอน ประกาศกร้าวพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ชูวิสัยทัศน์ “ประเทศไทย 2030” ยกโมเดลโลกแก้ปัญหาน้ำ-เศรษฐกิจสุขภาพ พร้อมใช้ AI ปราบคอร์รัปชัน ลั่น 8 ก.พ. นี้ เปลี่ยนความฝันประชาชนให้เป็นความจริง
วันที่ 23 ม.ค.2569 เวลา 19.20 น.ที่ลานพาร์คพารากอน พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ต่อมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยใหญ่ครั้งที่ 2 ในกทม.เริ่มต้นด้วยการถามผู้ที่มารับฟังการปราศรัยว่า “ รักเชนไหมครับ” ก่อนจะบอกว่าวันนี้อยากจะพูดถึงวิสัยทัศน์ในปี 2030 ว่า วันนี้พวกเรามาเพื่อการเปลี่ยนแปลง และ 8 ก.พ.ในครั้งนี้ ตนจะทำเต็มที่พี่น้องทุกคนมีความหวัง ความฝัน 8 ก.พ ตนจะเปลี่ยนความฝัน ความหวังของพ่อแม่พี่น้องทุกคนให้เป็นความจริง และนี่คือสิ่งที่ตนจะทำให้ทุกคนในประเทศไทยใน 4 ปีข้างหน้า
นายยศชนัน ยังกล่าวว่า 2 เดือนที่ผ่านมาเราเรียนรู้อะไรต่างๆมากมาย เราถอดประสบการณ์ต่างๆ และเรามีครอบครัวที่วันนี้เป็นครอบครัวที่ใหญ่ขึ้น และเป็นครอบครัวที่แข็งแรงขึ้น วันนี้เรามีครอบครัวเพื่อไทยที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม วันนี้ครอบครัวของตนมาด้วยนั่นคือครอบครัวเพื่อไทยทุกคน ขอให้ทุกคนยืนคารวะพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่มาในวันนี้ และวันนี้ประกาศศักดาว่า พวกเราจะเข้าไปด้วยกัน 8 ก.พ. ทำความฝันพี่น้องประชาชนให้เป็นความจริง
นายยศชนัน กล่าวอีกว่า 1เดือนที่ผ่านมาหลายภาพแห่งการเดินทาง หลายภาพแห่งความประทับใจในชีวิตของตนได้เกิดขึ้น วันนี้ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่เมืองไทย ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนของโลกตนพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน และประกาศศักดาอีกครั้งว่าความฝันของผู้คนต้องเป็นเป็นจริงประเทศไทยต้องทำได้
“ผมไม่รู้ว่าวันนี้ ผมจะอยู่ในโลกใบนี้ได้อีกนานแค่ไหน และวันนี้ผมไม่รู้จริงๆว่าผมจะสุดชีวิตของผมได้ที่ไหน แต่สิ่งที่ผมอยากทำให้ประชาชนทุกคนคือ วันนี้เราอยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่สวยงาม ประเทศไทยสำหรับลูกหลานต้องเป็นประเทศที่ปลอดภัย และประเทศไทยของเราลูกหลานอยากทำอะไรต้องทำได้ และนี่คือแผ่นดินที่เราจะสร้างขึ้นมาอีก 4 ปีข้างหน้า ด้วยสองมือของพวกเรา และด้วยเหตุนี้ประเทศไทยทุกอย่างต้องเป็นไปได้ ” นายยศชนัน กล่าว
นายยศชนัน กล่าวว่า ตนอยากจะเล่าวิสัยทัศน์บางอย่างให้กับประชาชนได้รู้ว่าทำไมประเทศไทยจะเป็นแบบนี้ไม่ได้ โดยได้นำภาพของประเทศเนเธอร์แลนด์ขึ้นมายกตัวอย่าง ว่า มีขนาดเล็กกว่าประเทศไทย 12 เท่า แต่ขณะเดียวกันสามารถที่จะส่งออกสินค้าเกษตรมูลค่าสูงได้เป็นอันดับ 2 ของโลก เขาทำได้อย่างไร และ 20% ของประเทศเนเธอร์แลนด์ ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และอีก 50% ของประเทศสูงกว่าน้ำทะเลเพียงแค่ 1 เมตร แต่ประเทศเขาไม่มีน้ำท่วม เรื่องนี้ไม่ใช่ความโชคดีแต่เป็นพลังแห่งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประเทศไทยก็ทำได้แบบนี้ และยศชนันก็ทำได้ และคนไทยก็ทำได้แบบนี้
อีกประเทศคือสวิตเซอร์แลนด์ ขนาดเท่ากับเนเธอร์แลนด์ เล็กกว่าประเทศไทย 12 เท่า แต่ประเทศนี้เปลี่ยนภูเขาร้าง เปลี่ยนอากาศที่หนาวเหน็บและไม่มีคนสามารถอยู่ได้ให้เป็นแหล่งที่ดูแลสุขภาพของชาวโลกได้ดีที่สุด โดยเขาสามารถสร้างสมุนไพร ทำยาให้กับคนที่ดีที่สุด ทำเครื่องมือแพทย์ที่ดีที่สุดให้ทุกคนในโลก และมีการท่องเที่ยวที่ทุกคนอยากไป รวมถึงประชากรมีรายได้สูงและไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เป็นพลังของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และวันนี้ประเทศไทยก็ทำแบบนี้ได้ และยศชนันก็ทำแบบนี้ได้ และคนไทยก็จะทำแบบนี้ไปด้วยกัน
ส่วนประเทศสิงคโปร์ เป็นเกาะที่มีขนาดเล็ก เท่ากับจังหวัดภูเก็ต เขารวมพลหลายเชื้อชาติเข้ามาในประเทศนี้แต่ทำไมไม่เรื่องของทุจริตคอรัปชั่นถึงมีก็มีน้อยมาก เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เหตุบังเอิญแต่นี่คือพลังของ digital government รัฐบาลดิจิตอลและพลังของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประเทศไทยก็จะทำอย่างนี้ได้ ยศชนันจะทำให้ประเทศไทย และประเทศไทยต้องทำได้
”ด้วยพลังของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีประเทศไทยสามารถขึ้นเป็นระดับผู้นำของโลกนี้ได้อย่างแน่นอน และผมจะทำให้ดู ผมพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของคนไทยทุกคน นายกรัฐมนตรีคนที่ 33 ของประเทศไทย เปลี่ยนแปลง ประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี“
นายยศชนัน ได้เปิดภาพเส้นทางน้ำของประเทศไทย พร้อมกล่าวว่า เราเดือดร้อน เกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วมมาอย่างยาวนาน ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะขอแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ ซึ่งประเทศไทยมีพื้นแผ่นดินอยู่เหนือระดับน้ำทะเล แต่เราต้องศึกษาว่า หากวันหนึ่งไม่สามารถรักษาระดับน้ำได้ ประเทศไทยต้องยังอยู่ ซึ่งเราต้องศึกษาการป้องกันน้ำทะเลมันสูง
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า อย่างที่สอง ประเทศไทยจากกรมชลประทานซึ่งเป็นกรมส่งน้ำ ซึ่งเราจำเป็นต้องทำกรม หรือหน่วยงานที่สามารถดูแลเรื่องการระบายน้ำให้ประชาชนโดยตรงได้ ซึ่งต้องเริ่มจากป่าต้นน้ำ โดยภาคเหนือของประเทศไทย มีแม่น้ำปิง, วัง, ยม และแม่น้ำน่าน ซึ่งมีแม่น้ำยมแม่น้ำเดียวที่ไม่มีเขื่อน ทำให้จังหวัดใต้แม่น้ำยม ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่งเช่น จังหวัดสุโขทัย ซึ่งสิ่งนี้แก้ไม่ยาก โดนแน่นอนว่า ไม่มีใครอยากให้สร้างเขื่อนเพราะทำลายป่า แต่เราสามารถทำฝ่ายชะลอน้ำขนาดเล็กขึ้นมาได้ เพื่อประชาชนในภาคกลางจะไม่ประสบปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้เรามีความจำเป็นที่ต้องฟื้นฟูป่าต้นน้ำต่าง ๆ ให้หมดทั้งประเทศ ทำทันทีทั้งระบบ ซึ่งบริเวณจังหวัดชัยนาท และสุโขทัย เรามีความจำเป็นที่ต้องทำคลองลัดน้ำ จากแม่น้ำยมไปแม่น้ำน่าน แต่ว่าประเทศไทยยังต้องอยู่กับน้ำ พื้นที่เกษตรกรพื้นที่ไหน ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ และมีความจำเป็นจะต้องรับน้ำ รัฐบาลจะทำสัญญา ซึ่งสิ่งนี้มีความจำเป็นต้องทำทั้งประเทศ และทำครั้งเดียว และบริเวณคลองชัยนาท วิ่งลงมาถึงทะเล มีความจำเป็นจะต้องทำฟลัดเวย์ อยู่ทางระบายน้ำขนาดใหญ่ และทางด้านซ้ายของกรุงเทพมหานคร ต้องเป็นฟลัดเวย์ออกมา และ พื้นที่ตรงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาต้องทำอีกหนึ่งอัน ซึ่งจะสามารถนำน้ำลงสู่ทะเลได้ ส่วนพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ภาคอีสานมีมีความจำเป็นจะต้องทำพื้นที่รับน้ำเพิ่มเติม และขุดลอกคูคลอง สำหรับพี่น้องภาคใต้ก็ต้องฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา รวมไปถึงต้องทำคลองลัดน้ำ และทำเมืองบังน้ำ ซึ่งเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยพร้อมทำทันที
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า เรื่องของการยกเครื่องเศรษฐกิจสุขภาพ ซึ่งเป็นเรื่องที่จะหาเงินเข้ากระเป๋าให้กับคนไทย ซึ่งเรามีอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพสูง และสิ่งหนึ่งที่ทำให้ประเทศไทยได้เปรียบ ก็คือเรื่องของบริการทางการแพทย์ ซึ่งถ้าเราใช้ตรงนี้ประเทศไทยจะดีกว่า และไม่จำเป็นต้องไปเรียนแบบประเทศใด ซึ่งเรามีบริการทางการแพทย์ที่ดีสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ สร้างวิทยาการที่ดีรักษาสุขภาพของคนไทย ขณะเดียวกันเกษตรกรก็สามารถทำสมุนไพรได้ และเมื่อมีความต้องการจากภาครัฐ และจากนักเดินทาง เราก็สามารถทำอุตสาหกรรมสมุนไพรเพิ่มเติมจากอุตสาหกรรมเกษตร จะทำให้ได้กำไรมากกว่าเดิมถึง 1,000 เท่า ทุกวันนี้ เราโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ มีโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ทำไมประเทศไทยจะทำเครื่องมือทางการแพทย์ไม่ได้ เพราะนี่คืออธิปไตยของการรักษา คนไทยต้องมีสุขภาพที่ดีที่สุด และต้องประกาศว่าศักดาว่า เราคือ ที่หนึ่งทางการแพทย์ให้ได้ และตนจะทำให้กับคนไทย
นายยศชนัน ยังกล่าวถึงเรื่องของการแก้ไขปัญหาทุจริตคอรัปชัน ต้องการทั้งรูปแบบ และทั้งระบบ พร้อมขึ้นข้อมูลบนหน้าจอ LED เพิ่มบ่งบอก ให้รู้ว่าพรรคเพื่อไทยรู้มีจริง เพื่อการสร้างฐานทุกอย่าง สร้างกฎหมาย สร้างระบบความปลอดภัยของไซเบอร์ สร้างความสามารถในการเรียนให้ลูกหลานเราเข้าถึง Ai โดย 1 ใน 3 ของประเทศไทยต้องรู้ Ai ให้ได้ และไม่ว่า จะอายุเท่าไหร่ต้องเรียน Ai ได้ ซึ่งเราจะรวยด้วย Ai และหลังจากนั้นเราจะรวบรวมข้อมูลทุกอย่างเข้ามาด้วยกัน ทั้งข้อมูลจากหลายกระทรวง และดูข้อมูลทางด้านสาธารณสุข และเมื่อรวมเสร็จแล้ว เราจะเปิดให้เอกชนสามารถเข้ามาใช้ได้ ซึ่งทุกคนที่จะได้ประโยชน์ก็คือ ประชาชน นโยบาย 30 บาท Ai ซึ่งแพทย์รู้ข้อมูลสุขภาพเรา ประเทศไทยต้องเป็นที่หนึ่งด้านสุขภาพ 30 บาท Ai สานต่อ
ขณะที่เรื่องของธุรกิจจะสนับสนุน Startup ของประเทศไทยทุกรูปแบบ ยืนยันพรรคเพื่อไทยไม่เคยทิ้งใคร รวมไปถึงจะเดินหน้าอากาศสะอาดเสรี ประเทศไทยสุขภาพต้องมาอันดับหนึ่ง และเพื่อไทย 2030 เพื่อไทยทำได้ ยศชนันทำได้








