วันที่ 20 มกราคม 2569 กรุงเทพฯ นายธนกร คงอุดม ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 33 (บางพลัด–บางกอกน้อย) หมายเลข 13 พรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่พบปะและรับฟังปัญหาจากประชาชนในเขตบางพลัดและบางกอกน้อย เพื่อเดินหน้าสานต่อการแก้ไขปัญหาในพื้นที่อย่างเป็นระบบและยั่งยืน
นายธนกร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบปัญหาหลักที่กระทบต่อความเป็นอยู่ของประชาชนคือ ปัญหาระดับน้ำหนุนสูงและน้ำท่วมบ้านเรือนของชุมชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ปัญหาการจราจรที่ติดขัด และข้อจำกัดในการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของผู้สูงวัย ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้ ได้รวบรวมเพื่อนำมาตกผลึกเป็นนโยบายระดับพื้นที่ โดยมีเป้าหมายที่จะขยายผลและเชื่อมโยงให้กลายเป็นนโยบายที่สามารถใช้ได้กับพื้นที่อื่น ๆ จนพัฒนาไปสู่ระดับประเทศ
สำหรับปัญหาที่อยู่นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่ในปัจจุบัน ได้ประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เร่งเข้ามาดำเนินการช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในเบื้องต้นแล้ว พร้อมยืนยันว่าทุกนโยบายที่นำเสนอจะมุ่งเน้นการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบและตรงจุด
นอกจากนี้ยังได้ประชาสัมพันธ์นโยบายสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะนโยบายด้านการลดภาระค่าครองชีพผ่านการลดราคาพลังงาน เช่น การปรับลดค่าไฟฟ้าให้เหลือหน่วยละ 3.30 บาท และการลดราคาน้ำมัน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชนในพื้นที่
นายธนกร ระบุว่า การทำงานจะเน้นการเข้าถึงชุมชนต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์การทำงานและนโยบายของพรรค โดยมุ่งเน้นสื่อสารไปยังกลุ่มประชาชนที่อาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านจัดสรร เพื่อให้สามารถรับทราบข้อมูลข่าวสารได้อย่างทั่วถึงและครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย
ทั้งนี้ ระหว่างการลงพื้นที่ นายธนกรได้อธิบายสาระสำคัญเรื่องพลังงานกับชาวบ้าน โดยกล่าวว่า ตนตั้งใจในการเข้ามาแก้ปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะเรื่องราคาพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกคน โดยตนกล้าการันตีความมุ่งมั่นในการปรับลดค่าใช้จ่ายด้านนี้ ซึ่ง 2 ปีที่ผ่านมาพรรคได้พิสูจน์ให้เห็นจากการปรับลดค่าไฟฟ้าลงมาแล้วบางส่วน หัวใจสำคัญคือการเข้าไปรื้อโครงสร้างการทำงานที่ซับซ้อน เนื่องจากปัจจุบันการผลิตไฟฟ้าของกฟผ. มีเพียง 29% ขณะที่อีก 71% เป็นการผลิตจากภาคเอกชน เป็นประเด็นที่หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเคยเข้าไปตรวจสอบสัญญาต่าง ๆ
โดยมีการใช้กลไกทางกฎหมายและพระราชกำหนดเข้ามาจัดการรื้อระบบจนเห็นกลไกที่ไม่โปร่งใสและไม่ยุติธรรม เพื่อจัดระเบียบใหม่ให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชน ซึ่งหากได้รับโอกาสกลับเข้าไปทำงานต่อ เชื่อว่าเป้าหมายการผลักดันค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.30 บาทต่อหน่วยสามารถทำได้จริง
นอกจากนี้ยังมีแนวคิดที่จะปรับปรุงกลไกการบริหารจัดการน้ำมัน โดยมองว่าที่ผ่านมารัฐใช้วิธีนำเงินภาษีมาอุ้มราคาน้ำมัน เช่น จากราคา 35 บาท ลดเหลือ 30 บาท ซึ่งเป็นการนำภาษีของประชาชนมาวนใช้ ตนและพรรคจึงเสนอให้มีการทบทวนการทำงานของกองทุนน้ำมันที่ปัจจุบันเน้นการเก็บเป็นตัวเงินเพียงอย่างเดียว ให้เปลี่ยนมาเป็นการบริหารจัดการจัดซื้อและเก็บสำรองในรูปแบบน้ำมันดิบในช่วงที่ราคาตลาดโลกมีราคาถูก ซึ่งจะช่วยให้ลดต้นทุนและจัดการราคาน้ำมันได้มีประสิทธิภาพมากกว่ากลไกปัจจุบันที่ยังมีความสับสนอยู่
นายธนกร ระบุว่า แม้จะเป็นพรรคขนาดเล็กแต่มีจุดประสงค์ที่ชัดเจนในการแก้ไขกลไกค่าครองชีพ และอยากขอโอกาสให้ตนเข้าไปใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญและกลไกภาครัฐเพื่อจัดการปัญหาเหล่านี้ให้ถึงที่สุดตามขอบเขตอำนาจที่ทำได้จริง เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทุกคน








