เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ม.ค. ที่ห้องพรหมนอก ชั้น 2 กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ถนนวิภาวดีรังสิต เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ เวลา 14.00 น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ร่วมแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ห้วงวันที่ 1 ต.ค. 68 - วันที่ 18 ม.ค.69)
นายกฯ ได้กล่าวกับผู้ปฏิบัติหน้าที่ว่า นับจากการแถลงข่าวที่ผ่านมา วันนี้ขอเรียนให้ทราบว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ติดตามขยายผลและเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาโดยตลอด ซึ่งเป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ตนต้องถือโอกาสนี้ขอบคุณ ผบ.ตร.
และพี่น้องข้าราชการ ตำรวจทุกท่านตลอดจนข้าราชการทั้งฝ่ายปกครอง กระทรวงยุติธรรม จนปรากฏผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนดังที่ปรากฏจากการรายงานผลสรุปมานี้
นายกฯ กล่าวว่า จากผลการปฏิบัติการระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 68 จนถึงปัจจุบันวันที่ 18 ม.ค. 69 เจ้าพนักงานตำรวจสามารถจับกุมคดีสำคัญได้มากถึง 89,000 กว่าคดีเครือข่ายจับกุมผู้ต้องหาได้ถึง 88,421 รายพร้อมตรวจยึดของการยาเสพติดได้จำนวนมหาศาล มากกว่าสามารถจับยาบ้าได้มากกว่า 330 ล้านเม็ด ราคาเฉลี่ยต่อเมตร 30 บาท แล้วยังมียาไอซ์เกือบ 10,000 ล้านบาทและยังมียาไอซ์อีก 1,100 กิโลกรัมในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา เป็นของเครือข่ายยาเสพติดไว้ตรวจสอบคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 3,396 ล้านบาท ผลการปฏิบัติการครั้งนี้เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจและความทุ่มเทของสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวมถึงหน่วยงานที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกัน ทำงานบูรณาการต่อสู้ยาเสพติดและผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่องไม่เลือกปฏิบัติ
"รัฐบาลขอยืนยันหนักแน่นว่ารัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อย่างเต็มที่ทั้งในด้านนโยบายกำลังและทรัพยากรรวมถึงการปกป้องคุ้มครองและดูแลเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริตเที่ยงธรรมและกล้าหาญ" นายกฯกล่าว
นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ก่อนสิ้นปีที่ผ่านมาได้อนุมัติตามคำขอของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ใช้งบประมาณในส่วนของงบตามของสำนักนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติซื้อรถเอกซเรย์จำนวน 3 คัน ให้เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน ซึ่งเรายินดีทำทุกอย่างที่จะทำให้กระบวนการค้าการขนส่งยาเสพติดเกิดอุปสรรคมากที่สุดเท่าที่เราจะทำได้
นายกฯ กล่าวว่า การป้องกันและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดต้องใช้ความทุ่มเทและอดทนเป็นอย่างมาก บางทีจุดเริ่มอยู่ที่จังหวัดเชียงรายเหนือสุดของประเทศ แต่ไปจับกุมได้ถึงนครศรีธรรมราช ตนถามตรงๆว่าทำไมไม่จับระหว่างทาง ได้รับคำชี้แจงว่าทุกอย่างจะต้องมีจังหวะและความพร้อม ตรงนี้คือความทุ่มเทเสียสละของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝ่ายที่รับผิดชอบโดยตรง คือ ตร. และความร่วมมือจากกองทัพ กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย ซึ่ง ตร.ไม่ใช่เฉพาะกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ยังมีกองบัญชาการสอบสวนกลาง กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่สมบูรณ์แบบ
นายกฯ กล่าวว่า คนจะถามว่าทำไมไม่หมดเสียที เพราะเราไม่ใช่คนผลิต ถ้าผลิตในประเทศไทยรับรองว่าป่านนี้ไม่เหลือแล้ว ตอก็ไม่ให้เหลือ แต่โรงงานผลิต แหล่งผลิต คนสั่ง นายทุน เราไม่สามารถที่จะข้ามไปดำเนินการใดๆได้ แต่ถ้าเข้ามาในประเทศไทย เราพยายามที่จะสกัดการในทุกวิถีทาง เพราะผู้ค้ามีการดัดแปลงเปลี่ยนเส้นทาง ปรับแผนตลอดเวลา แต่ความสามารถของคนเหล่านั้นไม่เกินประสิทธิภาพ หรือศักยภาพของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองเรา ล่าสุดผู้ค้ายาเสพติด ปรับมาเย็บผ้าด้วยตัวเอง ซ่อนยาเสพติดเข้าไปในพรม เขาต้องพยายามมาก เพราะเราปราบ เมื่อรู้วิธีการเขาก็ต้องเปลี่ยนไปเรื่อย ฉะนั้นก็จะยากขึ้น และมั่นใจว่าวันหนึ่ง คนก็ต้องคิดไปทำอย่างอื่นดีกว่าการเข้าถึงยาก ราคาก็เพิ่มมากขึ้นเข้ามาเท่าไหร่ก็โดนจับหมด พอโดนจับก็ต้องเพิ่มผลการผลิต เพิ่มปริมาณการผลิต แต่ยิ่งเพิ่มปริมาณการผลิตก็ยิ่งถูกจับมากขึ้นเท่านั้น
"นี่คือสิ่งที่ อยากให้สื่อมวลชน นำไปสื่อสารให้ประชาชนได้เข้าใจ เพราะผู้ปฏิบัติงานทั้งหลายทำงานอย่างทุ่มเทต้องการขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานกรุณา อย่าไปด้อยค่าพวกเขาหรือบอกว่ามีการซูเอี๊ยกัน มีการปิดตาข้างเดียวสนับสนุนให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย ผมเชื่อว่าในยุคปัจจุบันนี้ทางเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไม่ได้มองในเรื่องของผลประโยชน์จากการมีส่วนร่วมสนับสนุนให้เกิดการค้ายาเสพติด และไม่ได้มองว่าสิ่งเหล่านี้ต่อให้ได้ผลประโยชน์มากขนาดไหนเชื่อมั่นว่าพวกเราไม่มีความต้องการที่จะมีส่วนร่วมในนั้น เพราะเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจและเป็นสิ่งที่ถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติฉะนั้นต้องฝากผู้สื่อข่าว สื่อมวลชนชี้แจงให้ทราบทั่วกัน รวมถึงเรื่องของสแกมเมอร์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ปราบปรามมาตลอดขอให้ความมั่นใจว่าเราไม่ได้ชะลอหรือหยุดการดำเนินการใดๆ สนองนโยบายรัฐบาลเป็นอย่างดี ขอชื่นชม เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งผู้บังคับบัญชาผู้ใต้บังคับบัญชาและผู้ปฏิบัติงานทุกท่านที่ทุ่มเทอย่างไม่เห็นแก่ เหน็ดเหนื่อยและอันตราย และยืนยันว่า อย่างไรเสียรัฐบาลจะให้การสนับสนุน ภารกิจของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองในการปราบปรามยาเสพติดและการปราบปรามการกระทำที่ผิดกฎหมายทุกชนิดอย่างเต็มที่ในยุคนี้" นายกฯ กล่าว








