อาชญากรรม

ศาลอาญากรุงเทพใต้สั่งจำคุก “คดีหวยทิพย์” รวม 14 ปี คดีโกงโควต้าสลาก-นาฬิกาหรู

แชร์ข่าว

วันนี้(19 มกราคม 2569)ศาลอาญากรุงเทพใต้ ตัดสินจำคุก"นุ่นหวยทิพย์" 12 ปี ในคดีฉ้อโกงนาฬิกาหรูและพรบ คอมฯ ซึ่งก่อนหน้านั้น ในวันที่24 ธันวาคม 2568 นุ่นได้ถูกศาลอาญากรุงเทพฯใต้ตัดสินโทษจำคุก 16 ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและพรบ.คอมฯ

เหตุการณ์กรณีฉ้อโกงโควต้าสลาก เกิดขึ้นระหว่างเดือนสิงหาคม 2565 ถึง พฤศจิกายน 2567 โดยจำเลยที่ 1 (นางสาวกัณภาธิฌาณัศฐ์ หรือ นุ่น) พร้อมกับพวก ได้ร่วมกันแบ่งหน้าที่กันทำ ปลอมบัญชีแอปพลิเคชันไลน์ แอบอ้างเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและนักการเมืองชื่อดัง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและหลอกลวงผู้เสียหายว่า มีโควต้าสลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวนมาก

โดยนุ่นได้ชักชวนให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนซื้อสลากหลากประเภท ทั้งแบบสลากหลุดจองและสลากคัดหมายเลข โดยนุ่นอ้างว่าจะเป็นผู้ดำเนินการนำไปขายให้เอง โดยที่ผู้เสียหายไม่ต้องไปขายเอง

ซึ่งในช่วงแรกมีการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนเพื่อล่อใจ จนโจทก์หลงเชื่อโอนเงินไปหลายครั้ง รวมเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 8 ล้านบาท ต่อมาเมื่อตรวจสอบกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและบุคคลที่ถูกแอบอ้าง จึงพบว่าถูกหลอกลวง

ศาลพิเคราะห์แล้วว่าการที่นุ่นนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเป็นการฉ้อโกงประชาชน เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน จึงมีคำพิพากษา ฐานความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 (ฉ้อโกงประชาชน) ซึ่งเป็นบทลงโทษหนักที่สุด ลงโทษจำคุกนุ่น รวม 8 กระทง กระทงละ 2 ปี รวมจำคุก 16 ปี

และในคดีฉ้อโกงนาฬิกาฯ ศาลได้ตัดสินโทษจำคุก 12 ปี แต่เนื่องจากนุ่นให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา ศาลจึงลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกนุ่น 8 ปี 72 เดือน (รวม 14 ปี )

นอกจากนี้ ศาลยังให้นับโทษจำคุกของนุ่น ต่อจากโทษในคดีอาญาของศาลอาญามีนบุรี, ศาลแขวงพระนครเหนือ,ศาลแขวงระยอง,ศาลอาญากรุงเทพฯใต้ฯ ที่นุ่นเคยถูกตัดสินไปก่อนหน้านี้ด้วย

ด้าน น.ส.นลิน โรจนวัทธิกร ผู้ก่อตั้งเพจห้วยแถลง ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย กล่าวหลังฟังคำพิพากษา ว่า "ในที่สุดความยุติธรรมก็มีอยู่จริง ผู้เสียหายหลายคนเคยหลั่งน้ำตาด้วยความคับแค้นใจว่าทำไมในชั้นพนักงานสอบสวน คดีไม่คืบ หรืออัยการไม่สั่งฟ้อง แต่พอมีผู้เสียหายบางคนนำคดีไปฟ้องศาลเอง กลับชนะคดี ก่อนหน้านี้เคยร้องฯ บก.ปปป ให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่ผู้เสียหายแจ้งความในหลายจังหวัด ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งเร็วๆนี้จะนำผู้เสียหายไปติดตามอีกครั้ง

และในวันนี้ได้นำผู้เสียหาย 2 รายไปที่ ปปง. เพื่อติดตามเรื่องที่ส่งตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2568 ปรากฏว่าเรื่องก็ยังไม่คืบหน้าเช่นกัน"

แชร์ข่าว