17 มกราคม 2569 ในพิธีปล่อยขบวนคาราวานรถหาเสียงในพื้นที่ภาคใต้ ณ สมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงแนวทางดำเนินนโยบายและจุดยืนของพรรคว่า แม้พรรครวมไทยสร้างชาติจะเป็นพรรคใหม่ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แต่สามารถทำคะแนนในภาคอีสานได้เกือบ 800,000 คะแนน และในครั้งนี้ยังคงมั่นใจในฐานเสียงพื้นที่ภาคใต้จากการติดต่อสื่อสารของแกนนำในพื้นที่ที่ยังยืนหยัดอยู่กับพรรคอย่างเหนียวแน่นเพื่อเดินหน้าทำงานให้ประชาชนต่อไปอย่างไม่ถอย
โดยนโยบายที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากคือการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะเรื่องค่าพลังงาน ยืนยันว่าเป็นผลงานจริงที่ตนเองได้ลงมือทำมาตลอดจนถูกพรรคอื่นนำไปแอบอ้างนโยบายในปัจจุบัน
"นโยบายใครก็พูดได้ หาเสียงก็พูดได้ทั้งนั้น แต่ปัญหาคือพูดแล้วรู้ไหมว่าทำอย่างไร อย่างเรื่องค่าไฟฟ้าที่มีคนบอกว่าจะลดเหลือ 2.80 บาท ผมเห็นแล้วขำมากเพราะต้นทุนมันเกือบ 3 บาทแล้ว ซึ่งในสมัยที่ผมเป็นรัฐมนตรีพลังงาน ผมบริหารจัดการจนค่าไฟลดลงจาก 4.77 บาท เหลือ 4.18 บาท ทำให้ปี 2567 ประชาชนจ่ายค่าไฟถูกลง 2.7 แสนล้านบาท ส่วนปี 2568 ก่อนผมพ้นตำแหน่งลดลงเหลือ 3.94 บาท และลดหนี้ กฟผ. จากเกือบ 9.9 หมื่นล้านบาทจนเหลือ 4.2 หมื่นล้านบาท ตลอด 2 ปีที่ดำรงตำแหน่ง เชื่อว่าลดค่าพลังงานของประชาชนทั้งหมดรวมกันไม่ต่ำกว่า 6 แสนล้านบาท เพราะเราบริหารจัดการเป็นและไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว สิ่งสำคัญคือใครก็ซื้อผมไม่ได้ คนเดียวที่ซื้อผมได้คือประโยชน์ของประชาชน และผมมั่นใจว่าหากได้กลับมาทำหน้าที่ต่อ ด้วยความเด็ดเดี่ยวและไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว เราจะสามารถดูแลแก้ปัญหาประเทศได้"
นายพีระพันธุ์กล่าวต่อ "ผมไม่ได้เสียดายตำแหน่งรองนายกฯ หรือรัฐมนตรีพลังงานที่ต้องพ้นมาเลย แต่ที่เสียดายคือโอกาสที่จะแก้ปัญหา เพราะปี 2569 ถูกกำหนดไว้ในแผนงานให้เป็นปีแห่งการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานทั้งหมด ทั้งไฟฟ้า น้ำมัน และก๊าซหุงต้ม อย่างเรื่องก๊าซหุงต้มตอนผมเป็นรัฐมนตรีไม่เคยขึ้นราคาเลย ผมตรึงไว้ที่ 423 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม มาตลอด 2 ปี ทั้งที่ตอนนั้นต้นทุนสูงถึง 25 บาทต่อกิโลกรัม แต่วันนี้ต้นทุนตลาดโลกลดลงเหลือ 20 บาท ราคากลับพุ่งสูงไปถึง 480 บาท ซึ่งถ้าผมทำต่อด้วยต้นทุนเท่านี้ราคาต้องไม่เกิน 360 บาทแน่นอน"
นอกจากเรื่องพลังงานแล้ว นายพีระพันธุ์กล่าวว่า พรรครวมไทยสร้างชาติยังชูความเด็ดขาดในการแก้ปัญหาวิกฤตของประเทศ ทั้งการปราบปรามการทุจริต ยาเสพติด และแก๊งสแกมเมอร์ที่ต้องได้รับโทษหนักถึงขั้นประหารชีวิตหรือส่งไป “คุกกลางทะเล” ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับความสนใจอย่างมากโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น
สำหรับการแก้ปัญหาหนี้สินครัวเรือน พรรคเสนอแนวทาง “ใช้หนี้จบ ลบประวัติ กู้ได้ทันที” เพื่อปลดล็อกเงื่อนไขเครดิตบูโร และจัดตั้งกองทุนฉุกเฉินวงเงิน 50,000 ล้านบาท เพื่อให้กู้ยืมรายละไม่เกิน 50,000 บาท จำนวน 1 ล้านราย กำหนดชำระใน 10 ปี สำหรับแก้ปัญหานอกระบบ รวมถึงการปฏิรูปหนี้ กยศ. สำหรับลูกหนี้ที่สุจริตแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ให้สามารถทำงานให้ภาครัฐแทนการใช้หนี้เงินสด ซึ่งจะควบคู่ไปกับการจ้างงาน 300,000 ตำแหน่ง สำหรับผู้เกษียณอายุที่ยังทำงานได้ เด็กจบใหม่ และผู้ว่างงาน ในอัตราเงินเดือน 12,000 บาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและทำให้รัฐเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างแท้จริง
ในด้านเกษตรกรรม นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ได้ร่วมกับนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรคซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านเกษตร วางนโยบายลดต้นทุนด้วยการทำปุ๋ยภาครัฐราคากระสอบละ 500 บาท และการจัดตั้ง “ศาลที่ดิน” ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อเร่งรัดการพิจารณาคดีที่ดินทำกินให้เกษตรกรด้วยระบบไต่สวนที่รวดเร็ว ไม่ต้องใช้ทนายความ และมีอำนาจบังคับใช้คำพิพากษาได้ทันทีเพื่อแก้ปัญหาข้อพิพาทป่ากับคนอย่างยั่งยืน
ขณะที่ด้านสวัสดิการสังคมพรรคมีนโยบายเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการเป็น 1,500 บาท และหากเป็นผู้เสียภาษีจะเพิ่มเป็น 2,000 บาท พร้อมทั้งเสนอนโยบายการศึกษาที่คิดนอกกรอบด้วยการยกเลิกการสอบเข้าเพื่อให้เด็กทุกคนได้เรียนในสิ่งที่ต้องการโดยวัดผลที่การสอบจบแทน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและแก้ปัญหาเด็กเสียโอกาสจากสภาพจราจรหรือฐานะทางการเงิน
นายพีระพันธุ์ยืนยันว่านโยบายทั้งหมดมาจากประสบการณ์การทำงานกว่า 30 ปีที่รู้ซึ้งถึงปัญหาและวิธีการแก้ไข และจะเกิดขึ้นจริงทันทีหากประชาชนเลือกเบอร์ 6 ให้พรรครวมไทยสร้างชาติเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล
"วันนี้หากไปสังเกตตามป้ายหาเสียงต่าง ๆ จะเห็นว่าพรรคเราถูกเคลมและถูกลอกนโยบายไปเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องการลดค่าไฟที่ตอนนี้ทุกพรรคต่างประกาศจะลดกันหมด ทั้งที่ความจริงผมเป็นคนลงมือลดค่าไฟมาโดยตลอด ซึ่งการถูกเลียนแบบเช่นนี้แสดงว่าแนวทางของพรรครวมไทยสร้างชาติมาถูกทางและถูกเป้าหมายแล้ว ล่าสุดแม้แต่ในเวทีดีเบตก็ยังมีการเคลมผลงานที่ผมทำ ซึ่งผมมองว่าไม่เป็นไร เพราะอย่างน้อยก็เป็นเครื่องยืนยันว่าพรรคเรามีผลงานจริงจนถึงขั้นถูกเคลม และผมมั่นใจว่าประชาชนจะรับรู้ได้เองว่าความจริงคืออะไร" นายพีระพันธุ์ กล่าว








