การเมืองทั่วไป

KPI Poll เผย คนไทยกว่า 2 ใน 3 ไม่เชื่อนโยบายแจกเงิน ชี้เป็นกลยุทธ์หาเสียง ไม่ใช่พัฒนาประเทศ

แชร์ข่าว

วันที่ 16 ม.ค.69 สถาบันพระปกเกล้า เปิดเผยผลสำรวจ เรื่อง “มุมมองของคนไทยต่อนโยบายแจกเงินของพรรคการเมือง” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะประธานศูนย์ KPI Poll มอบนโยบายสำคัญในการทำ KPI Poll ให้เป็นโพลเชิงวิชาการที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความจริงทางการเมืองด้วยความ “เป็นกลาง เป็นจริง เป็นประโยชน์” มีมาตรฐานวิชาการและความแม่นยำ ไม่มุ่งเน้นให้เกิดการชี้นำการเมือง แต่จัดทำเพื่อ “ฟัง”การเมืองจากเสียงของประชาชน โดยให้ข้อมูลจาก KPI Poll เป็นฐานความรู้สำคัญสำหรับนักการเมือง พรรคการเมือง นักวิชาการ และสาธารณชนในการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ความรู้สึกและความคาดหวังของประชาชนอย่างรอบด้าน เพื่อทำหน้าที่เป็น “คลังสมองทางประชาธิปไตย” ของสังคมไทยอย่างแท้จริง

(index pointing right) การแถลงผลการสำรวจ KPI Poll ครั้งที่ 4 ที่ศูนย์ฯ ได้ทำการสำรวจ ระหว่างวันที่ 26 - 29 ธ.ค. 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายตามภูมิภาคทั่วประเทศ จำนวน 2,000 ตัวอย่าง โดยมีบทสรุปสำคัญจากผลสำรวจ ดังนี้

1. คนไทย 2 ใน 3 “ไม่เชื่อ” และ “ไม่คล้อยตาม” นโยบายแจกเงิน

• 67.1% ระบุว่าไม่ส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้ง (สำรวจโดย x LINE TODAY)

• 66.4% ไม่เชื่อมั่น นโยบายแจกเงิน

• 58.6% มองว่าเป็นนโยบายเพื่อหาเสียง

• 66.6% เห็นว่าช่วยพัฒนาประเทศได้น้อยหรือแทบไม่ช่วยเลย

สะท้อนว่า สังคมค่อนข้างไม่เชื่อนโยบายแจกเงิน ประชาชนเริ่มแยกออก และตีความเป็น “กลยุทธ์หาเสียง” มากกว่านโยบายพัฒนา พลังทางการเมืองของนโยบายนี้กำลังถดถอย

2. ความไม่เชื่อต่อนโยบายแจกเงิน “กระจายทั่วประเทศ” แต่หนักต่างกัน

• ภาคใต้ (80.5%) → เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด

• ภาคตะวันออก (72.5%) ภาคกลาง (70.2%)

• ภาคเหนือ (55.3%) ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (54.5%) ใกล้เคียงกัน

• กรุงเทพมหานคร (44.7%) ต่ำที่สุด

ความไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินกระจายทั่วประเทศแต่ ภาคใต้–ภาคกลาง มีท่าทีปฏิเสธชัดเจนที่สุด ในขณะที่ คนกรุงเทพฯ ไม่ศรัทธาคำพูดทางการเมือง แต่ยังเปิดรับการทดลองเชิงนโยบาย

3. ทุกระดับการศึกษา เห็นตรงกันเกินครึ่ง นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการตัดสินใจ

• สูงกว่าปริญญาตรี (73.3%) เห็นว่า นโยบายแจกเงินไม่มีผลต่อการลงคะแนนสูงสุด

• ปริญญาตรี (67.75%) มัธยม/อาชีวศึกษา (60%)

• ประถมหรือต่ำกว่า (51.8%) ต่ำที่สุด

สะท้อนให้เห็นว่า ทุกกลุ่มการศึกษาต้องการ เหตุผล ผลลัพธ์ และความคุ้มค่า มากกว่าสโลแกนหรือนโยบายขายฝัน

4. กลุ่ม “ข้าราชการ–รัฐวิสาหกิจ” ไม่คล้อยตามนโยบายแจกเงินมากที่สุด

• ข้าราชการ/พนักงานรัฐ/รัฐวิสาหกิจ (70.3%) สูงที่สุด

• แม่บ้าน/ผู้เกษียณ/ไม่มีอาชีพ (65.1%) เจ้าของกิจการ/ผู้ประกอบการ/ค้าขาย (63.9%)

• นักเรียน / นักศึกษา (61.4%) ต่ำที่สุด

ข้าราชการ/เจ้าหน้าที่รัฐ รู้ว่า “เงินทุกบาทมีต้นทุนและมีผลกระทบระยะยาว” แม้กระทั่งกลุ่มอาชีพอื่น ๆ และ นักเรียน/นักศึกษา ก็ยังเห็นไปในทางเดียวกัน สะท้อนว่า การเมืองที่หวังชนะด้วยเงิน กำลังไม่ตอบโจทย์ทั้ง “คนในระบบ” และ “คนรุ่นใหม่” เงินระยะสั้นไม่ตอบโจทย์ระยะยาวของชีวิต

บทสรุปจาก KPI Poll ครั้งที่ 4

ผลสำรวจชี้ชัดว่า นโยบายแจกเงิน ไม่ใช่ตัวชี้ขาดทางการเมืองอีกต่อไป ประชาชนแยกแยะได้ว่า เป็นเพียงนโยบายหาเสียง และ ยังกระตุ้น “ความไม่น่าเชื่อ” โดยอัตโนมัติแก่คนไทยทุกกลุ่มอาชีพ และทุกภาค สิ่งที่พรรคการเมืองควรต้องเริ่มทันที คือ การเสนอนโยบายใหม่ที่ไม่ใช่ประชานิยม หยุดพูดว่า “แจก” และ ต้องตอบคำถามเหล่านี้ต่อสังคมให้ชัด (ถ้าไม่ตอบ = เสียคะแนน)

(check mark) เงินมาจากไหน และใช้มากแค่ไหน

(check mark) ใครได้ และทำไมเขาถึงควรได้

(check mark) ได้แล้วเกิดผลกระทบอะไร คุ้มค่าหรือไม่

(check mark) วัดผลสำเร็จอย่างไร

📊 KPI Poll – คลังความคิดจากเสียงประชาชน

เพื่อประชาธิปไตยที่ตั้งอยู่บนความจริง ไม่ใช่ความรู้สึก

รายละเอียดเพิ่มเติมติดตามได้ที่ https://kpi.ac.th/wp-content/uploads/2026/01/รายงานผล-KPI-Poll-_-04-สำหรับเผยแพร่.pdf

#KPIPoll #KPI #สถาบันพระปกเกล้า