วันที่ 15 ม.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์" ระบุว่า...
ซ้ำซากเครนหล่น ตึกล่มทรุดพันบริษัทรับเหมารายเดิมๆ กระตุ้นรัฐเลิกระบบประมูลอีออฟชั่น เร่งขึ้นบัญชีดำรับงานรัฐ จับตาก่อนสิ้นมกรา จ่อออกหมายจับรวบผู้สมัครเงินเทา เชื่อเด็ดปีกอหังการ์พรรคใหญ่ท็อป 5
เมื่อ 14 ม.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ไม่เกินสิ้นเดือนมกราคมนี้ จะมีหมายจับผู้สมัคร สส.ของพรรคการเมืองใหญ่ระดับท็อป 5 ที่พัวพันเครือข่ายขบวนการเงินเทา
“ให้จับตาในสัปดาห์หน้าหรือไม่เกินเดือนมกราคมนี้ จะมีหมายจับกรณีพวกพัวพันกับเงินเทาทั้งหลายในขบวนการรายใหญ่เครือข่ายเฉิน จื้อ ที่ปรากฎตามข่าว”
สิ่งสำคัญ ตามข่าวที่รับรู้มา จะมีหมายจับผู้สมัครของพรรคการเมืองระดับท็อป 5 ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐต้องจัดการ อย่าปล่อยให้เลือกตั้งเสร็จแล้วจัดการภายหลัง จะเป็นความเสียหาย ดังนั้น กระทรวงยุติธรรมไม่ควรชักช้า
"ถ้าต้องการจะล้างบาง (ขบวนการเงินเทา) รัฐก็ต้องทำให้เกลี้ยง ที่สำคัญต้องไม่สนใจว่าเป็นพรรคอะไร ต้องถูกดำเนินคดีเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม ต้องไม่มีข้อยกเว้น"
พร้อมทั้งย้ำว่า อย่าปล่อยให้เกิดความรู้สึกว่า การปราบปรามเงินเทาเป็นเรื่องการเมือง เพราะจะทำให้การปราบปรามทำไม่ได้เลย ดังนั้น การจัดการเด็ดขาดกับกลุ่มเงินเทาอย่างน้อยทำให้ไทยถูกมองในด้านดีว่า ไม่ได้ละเลยในสิ่งเหล่านี้
ส่วนการแก้ รธน.และทำประชามตินั้น นายจตุพร กล่าวว่า ศาล รธน. มีมติให้ทำประชามติครั้งหนึ่งและสองพร้อมกันได้ ดังนั้น การทำประชามติพร้อมกับเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำไป เพราะควรให้การแก้กฎหมายผ่านสภาให้ครบถ้วนก่อน สิ่งสำคัญพรรคการเมืองต้องให้สัตยาบันว่า จะแก้ไข รธน.ในเรื่องใด และไม่แก้ไขรื่องอะไร
อีกทั้งกล่าวว่า การหาเสียงของพรรคการเมืองทำบรรยากาศอึมครึมกับประเด็นการแก้ รธน.อย่างยิ่ง ท้ายที่สุดตนเชื่อว่า การทำประชามติยากที่ผ่านความเห็นชอบของประชาชน ดังนั้น พรรคที่แสดงความเห็นชอบให้ร่าง ธรน.ใหม่ ต้องแสดงเจตนารมณ์ให้ชัดเจนว่าจะมีเนื้อหาอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งระหว่างประชาชนด้วยกัน
ส่วนกรณีกัมพูชาโดยสมเด็จฮุนเซน ส่งหน่วยทหาร BHG ไล่จับเสื้อแดงลี้ภัยในกัมพูชา โดยเฉพาะนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ซึ่งตนสอบถามสายข่าวที่กัมพูชาแล้ว ได้ความว่า การกวาดล้างดังกล่าวไม่ได้ยุ่งเกี่ยวในส่วนของประชาชน เพราะจะเกิดปัญหาใหญ่กับชาวกัมพูชาที่อยู่ในไทยด้วย
"อารมณ์การสู้รบนั้น ประชาชนต้องหนุนทหารของประเทศตนซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่การรบเป็นเรื่องของกองทัพ และทหารแต่ละฝ่ายต้องไม่ทำร้ายประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้อง ถ้าทหารกวาดล้างประชาชนแล้ว สถานการณ์จะเลยเถิดเป็นปัญหากันใหญ่"
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้นายอริสมันต์ ไม่รู้อยู่ตรงไหนในกัมพูชา แต่สถานะความเป็นคนไทยด้วยกันนั้น เราจะยินยอมให้มีการกวาดล้าง ล่าไล่คนไทยด้วยกันไมได้ เพราะจะกระทบกับคนกัมพูชาที่อยู่ในไทยด้วย ถึงที่สุดแล้ว การกวาดล้างคนไทยในกัมพูชาก็ยังไม่เกิดขึ้น เป็นเพียงข่าวไม่ยืนยันในโซเชียลมีเดียเท่านั้น
"แต่ที่พูดเรื่องนี้ เพราะจะกระทบกับอารมณ์ความรู้สึกของประชาชนทั้งสองฝ่าย เดี๋ยวจะกลายเป็นไฟลามทุ่ง และเลยเถิดเป็นปัญหาใหญ่"
นายจตุพร กล่าวถึงโศกนาฎกรรมใหญ่เครนก่อสร้างหล่นทับขบวนรถไฟที่เส้นทานช่วง อ.สี่คิ้ว ว่า การก่อสร้างทางรถไฟฟ้าความเร็วสูงช่วงนี้เกี่ยวข้องกับผู้รับเหมารายเดียวกันกับสร้างตึก สตง. ถล่มมาแล้ว และบริษัทรับเหมารายนี้ยังเหตุการณ์หลายกรณีกับอุบัติเหตุขณะก่อสร้างโครงการถนนพระราม 2 ดังนั้น รัฐบาลควรรื้อระบบจัดจ้างหรือการประมูลโครงการของรัฐผ่านระบบอีออฟชั่นที่ดั้มราคา จ่ายเงินใต้โต๊ะ แล้วได้ผลงานด้อยคุณภาพกันใหม่หมด เพราะการประมูลเช่นนี้ได้ทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนซ้ำซาก และรัฐไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบด้วยซ้ำไป
อีกทั้งกล่าวว่า รัฐบาลควรแถลงความจริงกรณีอาคารร้างและผู้รับเหมาหนีงาน ปล่อยสิ่งก่อสร้างของรัฐทำไม่แล้วเสร็จ โดยรัฐต้องขึ้นบัญชีดำบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ขณะที่วันนี้เมื่อเกิดความเสียหายและทำให้ประชาชนเสียชีวิต มาตราการลงทาจากรัฐมีแค่คำตักเตือน
"ถ้ายังอยู่กับแบบนี้ เท่ากับรัฐปิดปากความเสียหาย ที่สำคัญ สตง. และ ปปช. ละเลยตรวจสอบ ปล่อยให้เกิดการทุจริตก่อนจึงไปจับ โดยละเลยทำหน้าที่ป้องกัน ปราบปราม"







