เลือกตั้งไม่ใช่การละเล่น! “จักรภพ เพ็ญแข” ปลุกพรรคการเมืองตื่น ย้ำจัดตั้งรัฐบาลเป็นการนับเลขตามกติกาประชาชน ไม่ใช่เรื่องของความรักความเกลียด ลั่น “เพื่อไทย” โดนมาเยอะยอมกล้ำกลืนฝืนทน ซัดพรรคสีส้มประกาศไม่จับมือพรรคอื่นเหมือนเด็ก พร้อมท้าพรรคส้มปัญหาทุนเทาต้องแก้ด้วยความจริงไม่ใช่การสร้างภาพ จี้เปิดหน้ากากนักการเมืองสีกากี-สีเทา ใครโกงใครเอี่ยวเปิดชื่อมาให้ชัด อย่ามัวพร่ำคำสวยหรูแต่ไร้ความชัดเจน ชี้ปราบโกงไทยต้องหาหุ้นส่วนระดับโลกถอนรากถอนโคน
วันที่ 14 ม.ค.2569 นายจักรภพ เพ็ญแข พรรคเพื่อไทย กล่าวในเวทีเสวนา "Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน" "หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี" เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ นโยบาย แนวทางการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทาและนอมินีของพรรคการเมืองว่า ปัญหาสแกมเมอร์เป็นปัญหาระดับโลก การใช้กลไกในประเทศไทยอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ขอบข่ายในการมองปัญหาจึงต้องเริ่มในระดับโลก ประเทศไทยต้องหาหุ้นส่วนหาแนวร่วมในการทำงานเรื่องนี้ ปัญหาทุนเทาสแกมเมอร์เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ มีความสลับซับซ้อน โดยคำว่า"ทุนเทา"ใหญ่กว่าสแกมเมอร์ ทุกวันนี้ทุนเทามีระบบเศรษฐกิจของตัวเอง ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่แต่กลับไม่ต้องเสียภาษีให้ใคร สำหรับการแก้ปัญหานั้นพรรคเพื่อไทยมองว่า ข้อเสนอของทุกพรรค หากสามารถดำเนินการแก้ปัญหาได้จริงก็ควรถูกนำมาใช้ แต่พรรคเพื่อไทยขอตั้งโจทย์ว่า ในเมื่อสแกมเมอร์เป็นปัญหาที่มีการยึดโยงกันในระดับโลก เราจึงต้องใช้ภาคีทั้งที่อยู่ภายใต้รัฐและภาคีที่ไม่ใช่ภาครัฐ เป็นหน่วยงานระดับโลกมาร่วมมือกันแก้ปัญหา โดยเฉพาะปัญหาเรื่องการฟอกเงินที่มาจากทั่วโลก ซึ่งต้องแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่องและจริงจัง
นายจักรภพ กล่าวต่อว่า เราต้องมองความจริงที่ว่าวันนี้ทั้งทุนเทาและทุนไม่เท่ามีอิทธิพลเบื้องหลังทุกอย่าง ทั้งเบื้องหลังพรรคการเมือง เบื้องหลังมหาวิทยาลัย เบื้องหลัง Think tank(คลังสมอง) เราจึงต้องการอำนาจมาเพื่อถ่วงดุลทุนเทา วันนี้ ประเทศไทยมีความเสี่ยงที่จะเป็นรัฐล้มเหลวเพราะทุนเทา เพราะไม่มีใครอยากมาลงทุนกับประเทศที่ไม่ทราบว่าเงินลงทุนจะไปอยู่ที่ใด และจะเข้าระบบที่ถูกต้องหรือไม่ ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปิดเผยว่าใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับทุนเทา โดยเฉพาะนักการเมือง ไม่ต้องพูดตัวย่อ แต่ต้องพูดชื่อออกมาให้ชัดเจน เพื่อให้รัฐบาลที่ประชาชนเลือกเข้ามาได้แก้ปัญหาอย่างจริงจัง
เมื่อถามว่ากรณีที่ทางผู้แทนจากพรรคประชาชน ต้องการขอฉันทานุมัติจากพรรคการเมืองต่างๆ ว่าจะไม่ร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม นายจักรภพ กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลที่จะรักหรือไม่รักพรรคกล้าธรรม การร่วมรัฐบาลเป็นเพียงการนับเลข เมื่อประชาชนเลือกมา เราวิเศษขนาดไหนที่จะบอกว่าไม่รับมาตรฐานของประชาชน พรรคเพื่อไทยไม่วิเศษ จำเป็นต้องไปตามนั้น แม้จะกล้ำกลืนฝืนทน หลักการของเราคือหลักการยอมรับในเสียงของประชาชน แต่ในใจก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
“พรรคเพื่อไทยก็โดนโยนอะไรใส่เข้ามามากมาย แต่เราไม่ประกาศเอาใจกันแบบเด็กๆ วันนี้ประเทศไทยมาถึงจุดที่อันตรายมาก อย่าลืมว่าการคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้าข้าราชการกับนักการเมืองไม่ร่วมมือกัน เราต้องพิจารณาให้ถ่องแท้ว่านโยบาย บางอย่างอาจร้ายแรงกว่าการคอรัปชั่นหรือไม่”นายจักรภพ กล่าว







