จับตาศึกสามเส้าเมืองย่าโม! “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” นำทัพเพื่อไทยลุยเจาะไข่แดงพื้นที่ “สีส้ม-สีน้ำเงิน” มั่นใจทำการบ้านมาดีพอที่จะสู้ศึกยกจังหวัด 16 เขต เผยผลโพลภายในชี้คะแนนนิยมดีขึ้นเรื่อยๆ พร้อมเปิดประตูจับมือทุกพรรคที่ "สุจริต-ไร้สีเทา" เพื่อพาประเทศไทยก้าวข้ามความขัดแย้ง
วันที่ 14 ม.ค.2569 ที่อาคารเอนกประสงค์ เทศบาลตำบลโนนสูง จ.นครราชสีมา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่หาเสียงนครราชสีมา จากที่ปี 66 ได้ สส. 12 เขต ครั้งนี้จะได้ยกจังหวัด 16 เขตหรือไม่ จากการลงพื้นที่มีความมั่นใจ ประชาชนให้การตอบรับเป็นอย่างดี การพูดคุยกับผู้สมัครเองก็มีขวัญกำลังใจ และมั่นใจว่านโยบายของเราเข้าถึงประชาชน ถ้าให้ตนคาดวันนี้ก็ขอทั้ง 16 เขต สำหรับพื้นที่เมืองที่เป็นของสีส้ม และอีกหนึ่งเขตที่สู้กับสีน้ำเงินนั้นเราทำการบ้านมาดีพอสมควร มั่นใจว่าจะชนะใจและสามารถมี สส. ในพื้นที่โคราชเพิ่มได้ ส่วนกรณีที่อดีต สส.เราย้ายไปภูมิใจไทยนั้นก็ไม่มีปัญหา เลือดเก่าไหลออกไปก็มีเลือดใหม่ไหลเข้า สิ่งที่เราเดินหน้าคือนโยบายของพรรค และมีผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อนายประเสริฐ จันทรรวงทอง และ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ร่วมลงพื้นที่ พรรคเพื่อไทยเดินโดยระบบ แม้ว่าตัว สส. จะมีผล แต่ข้างหลังบ้านของผู้สมัครคือกำลังสำคัญ เชื่อว่าไม่น่ามีปัญหา
เมื่อถามว่า แสดงว่ามั่นใจนโยบายแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนตัวบุคคลก็ไม่เป็นผลใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่าไม่เป็นผลเพราะตัวบุคคลที่พรรคส่ง มีความรู้ความสามารถ ไม่แพ้กับคนเก่า น่าจะทำให้ประชาชนมีความมั่นใจขึ้น
เมื่อถามว่าโพลที่ออกมาพรรคเพื่อไทยยังเป็นรอง จะเร่งเครื่องหรือปรับยุทธศาสตร์อย่างไร นายยศชนัน กล่าวว่า ยังมีเวลา แน่นอนว่าโพล คือการสุ่มตัวอย่าง สิ่งที่เราปรับปรุงได้ คือคุณค่าและเราพร้อมที่จะปรับปรุง แต่พรรคเพื่อไทยก็มีการหยั่งเสียงภายใน ซึ่งผลทำให้พวกเราชุ่มชื่นหัวใจมาก หลายเขตที่โพลออกมาไม่ตรงกับโพลเพื่อไทย หลายคนมองว่าพรรคเพื่อไทยยังเป็นความหวังของประชาชนเหมือนเดิม และมั่นใจว่าโพลของเรา จะดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนที่นักวิเคราะห์มองว่า 2 สี ที่จะแข่งกันจัดตั้งรัฐบาลคือสีน้ำเงินกับสีส้ม นั้นเราไม่เคยยอมรับเรื่องนี้
“เรายังมองไปข้างหน้าว่าเราจะสามารถจัดตั้งรัฐบาล แต่แน่นอนว่าการทำงานจะต้องทำร่วมกัน ประเทศไทยบอบช้ำมาเยอะแล้ว ในปีต่อไปไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลก็ต้องมีความสมัครสมานสามัคคีกัน ไม่อยากให้ประชาชนหรือสื่อมวลชน มองว่าเพื่อไทยเป็นอันดับ3 เพราะส่วนตัวมองว่าพรรคเพื่อไทยมาเป็นอันดับ1 มาตลอด และสิ่งนี้ทำให้ผู้สมัครมีความหวัง พร้อมมุ่งหน้าลงพื้นที่นำนโยบายสู่ประชาชน”นายยศชนัน กล่าว
เมื่อถามว่า การที่พรรคเพื่อไทย ระบุว่า ก้าวข้ามความขัดแย้ง หากมาเป็นอันดับ 1 จะไม่มองพฤติกรรมที่ผ่านมา แต่มองเรื่องนโยบายที่จะไปด้วยกันได้ในการจับมือร่วมรัฐบาล ใช่หรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า มองที่นโยบาย มองคนที่ทำงานได้ แต่ที่แน่นอนคือความสุจริต คอร์รัปชั่นก็ไม่เอา เทาก็ไม่เอา วันนี้หากเราเลือกคนมาทำงานต้องเป็นคนสุจริต








