“หมอวรงค์”หาเสียงสุราษฎร์ ซัดด้อยค่าทหาร หวังกองทัพอ่อนแอ ปกป้องสถาบันไม่ได้ ย้ำจุดยืนไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
วันที่ 14 ม.ค.69 นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงที่อำเภอพนม จ.สุราษฎร์ธานี โดยระบุ จะเดินสายหาเสียงทั่วประเทศ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ไปให้กำลังใจทหารแนวหน้าที่ จ.สุรินทร์ เนื่องจากว่าขณะนี้มีพรรคการเมืองจ้องทำลายกองทัพ ด้อยค่าทหาร วันใดถ้าทหารมีอันเป็นไป กองทัพอ่อนแอ พวกนี้จะทำลายล้างสถาบันเบื้องสูงทันที
หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า ผ่านการเลือกตั้งมาหลายรอบ พรรคไทยภักดียืนยัน ต้องการเข้าไปปราบโกง มีโจรต้องมีเรา เพื่อให้เราไปปราบโจร หลายพรรคการเมืองประกาศจะมาปราบโจร ปราบโกง ปราบทุนเทา แต่ถามว่าที่ผ่านมาพวกคุณทำอะไร เป็นทั้งรัฐบาล เป็นฝ่ายค้าน มีผลงานอะไร แต่ไทยภักดีเอานายกรัฐมนตรีติดคุกสองคน โครงการจำนำข้าว ยิ่งลักณ์หนีไปต่างประเทศ นักโทษชั้น 14 ไม่ยอมไปอยู่ในคุก ก็ร่วมกับภาคประชาชนเคลื่อนไหวจนตอนนี้กลับไปอยู่ในคุกแล้ว วันนี้การโกงเปลี่ยนวิธีการแม้แหล่งสแกมเมอร์อยู่กัมพูชา แต่เงินเอามาฟอกในประเทศไทย ถ้าไม่ได้นักการเมืองข้าราชการระดับสูงร่วมมือ เอาเงินมาฟอกไม่ได้ สุดท้ายพรรคการเมืองที่มีเอี่ยวก็เอาเงินมาซื้อเสียง ดังนั้นการเลือกตั้งรอบนี้ เงินจะซื้อเสียงหนักกว่าเดิม นอกจากนี้ เมื่อไทยภักดีเข้าไปยืนในสภา จะเสนอให้ยกเลิกการตั้งด่านเพื่อตัดวงจรส่วยให้ตำรวจรับใช้ประชาชนไม่ใช่รับใช้นักการเมือง
นพ.วรงค์ กล่าวว่า จุดยืนไทยภักดีไม่เห็นชอบการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ เพราะประเด็นใดของรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา สามารถแก้ไขได้ ซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้เคยถูกเสนอแก้ไขมาแล้วหลายประเด็น บางประเด็นก็แก้ไขได้ บางประเด็น โดยเฉพาะประโยชน์ของนักการเมือง และการตรวจสอบนักการเมือง ก็แก้ไขไม่ได้ การยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ถือว่าเป็นอันตรายมาก เพราะไม่รู้เลยว่านักการเมืองจะยัดไส้อะไรเข้ามาบ้างสิ่งที่กังวลว่าจะเกิดขึ้น หากมีการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทำลายหลักรัฐธรรมนูญปราบโกง ทำลายการตรวจสอบที่เข้มข้น ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำลายเรื่องจริยธรรม รวมทั้งความซื่อสัตย์สุจริตของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี มีความเสี่ยงที่จะยุบ หรือลดอำนาจองค์กรอิสระ หรือศาลรัฐธรรมนูญ อาจใช้รัฐธรรมนูญล้มล้างการปกครอง ทำลายกองทัพ หรือเปลี่ยนประเทศไปสู่ความเป็นหลายรัฐ ไม่ใช่รัฐเดี่ยวแบบปัจจุบัน เกิดการแทรกแซงของต่างชาติ ผ่าน NGO ที่รับเงินจากต่างชาติมารณรงค์ เท่ากับเป็นช่องทางให้ต่างชาติเข้ามาแทรกแซงรัฐธรรมนูญของประเทศไทย หากมีความเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศมีความเสี่ยงที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ของสังคมไทย







