เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ม.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้เรียก พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และรองเสนาธิการทหารสูงสุด หารือเกี่ยวกับเหตุการณ์วางเพลิงปั้มน้ำมันเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา
จากนั้นเวลา 13.00 น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 11 ม.ค. ตนได้หารือกับแม่ทัพภาคที่ 4 รวมถึงเสนาธิการทหารบก เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้เชิญ พล.อ.ณัฐพล นายฉัตรชัย รวมถึง รองเสนาธิการทหารสูงสุด มาหารือเพิ่มเติม โดยกำชับให้เร่งดำเนินคดีให้เร็วที่สุดสืบสวนว่าที่มาที่ไปอย่างไร ในส่วนของศอ.บต. ให้เร่งดูแลผู้บาดเจ็บที่มีทั้งสิ้นประมาณ 7 คน และให้เร่งหามาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ เพราะมีความเสียหายคือ ปั๊ม ปทต.ทั้งหมด
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนได้โทรศัพท์หา นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ประธานกรรมการ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาดชน) ให้ปตท. มีส่วนในการหาแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการเหล่านี้ด้วย โดยต้องให้เขาดำเนินกิจการจบ เพราะถ้าเขาไม่ทำ จะยิ่งทำให้สมใจคนร้าย และต้องเห็นใจเขา เพราะเขาไม่มีบริษัทประกันภัยที่ครอบคลุมความเสียหายจากการก่อการร้าย
เมื่อถามว่า เบื้องต้นยืนยันไม่ใช่การก่อการร้ายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวสวนทันทีว่า “จะบอกว่าไม่ใช่ก่อการร้ายได้อย่างไร มันตั้ง 3 จังหวัดและเน้นเป้าหมาย”
เมื่อถามว่า ไม่เกี่ยวกับการเลือกตั้งใหญ่ที่กำลังจะมีขึ้นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า มันหลายอย่างรวมกัน ก็สอบถามและให้ผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ประเมินให้ฟัง มีเรื่องเกี่ยวพัน ทั้งการเมืองความไม่หวังดี การไม่ต้องการเห็นความสงบสุข หรือสันติสุขเกิดขึ้น รวมไปถึงเรื่องก่อนที่จะต่ออายุการประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็มักมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นตามที่เขาเก็บสถิติมา ตนก็รับฟัง แต่สิ่งที่ต้องแจ้งเขาคือ การข่าวต้องสังคายนาอย่างมาก ไม่ว่าจะพูดว่าเกิดเหตุจากอะไรก็แล้วแต่ หรือว่าสุดความสามารถในการที่จะไปทราบได้ ในฐานะผู้บริหาร ต้องบอกว่ารับฟังไม่ได้ และต้องไปปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการข่าวให้มาก
เมื่อถามว่า การเลือกตั้งระดับประเทศกำลังจะเกิดขึ้น ได้สั่งการให้เข้มงวดยาวไปเลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องพูดถึงการรักษาความปลอดภัยและป้องกันความไม่สงบเรียบร้อย และท่านแม่ทัพบอกว่า ช่วงที่เกิดเหตุเป็นรอยต่อที่ระดมกำลังพลไปดูเรื่องวันเด็กด้วย ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี แล้วก็เกิดเหตุในวันที่ 11 ม.ค. และได้กำชับไปยังเลขาธิการศอ.บต.ว่า เกิดเหตุอย่างนี้เราปัดความรับผิดชอบไม่ได้ และเป็นพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมถึงมีการประกาศกฎอัยการศึกในบางอำเภอ อย่างไรก็ต้องอยู่ในความรับผิดชอบ







