เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. 2569 ที่ตึกสันติไมตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมกับ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะรอง ผอ.ศปอส.ตร. แถลงผลการดำเนินงานในการปราบปรามสแกมเมอร์และตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ
โดยนายกฯ กล่าวว่า การปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ และวงจรเครือข่ายนอร์มินีต่างๆ ล้วนแล้วเป็นภารกิจที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นอาชญากรรมที่ส่งกระทบและสร้างความเสียหายต่อประชาชนใน จึงได้มีการยกระดับพร้อมให้มีการปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้เป็นวาระแห่งชาติ ตนได้มีการลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกัน และปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อกำหนดนโยบาย มาตรการและแนวทางการดำเนินงาน และติดตามผลการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง มีการผลักดันให้มีความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงานผ่านการลงนามบันทึกความเข้าใจ อาทิ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการโทรคมนาคม เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ยกระดับการช่วยเหลือให้เข้าถึงประชาชนให้เร็วที่สุด
นายกฯ กล่าวว่า ในส่วนปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะคลุมเครือข่ายนอมินีต่างๆ ที่อาศัยช่องว่างทางกฎหมาย และใช้คนไทยเป็นนอมินี ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่รัฐบาลกำลังเร่งรัดแก้ไข โดยให้มีการยกระดับมาตรการป้องกัน และปราบปราม การใช้นอมินีในการประกอบธุรกิจทุจริตที่ผิดกฎหมายอย่างเข้มข้น เพื่อปกป้องสิทธิคนไทย และรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และความมั่นคงทางของประเทศ แน่นอนว่าในความพยายามเหล่านี้ เราจะต้องเผชิญความท้าทายทั้งในพื้นที่ นอกพื้นที่ และในหน่วยงานราชการ แต่ด้วยการยึกหลัก การปิดชื่อ ถือพฤติกรรม เราก็สามารถจัดการผู้กระทำผิดได้ และสามารถรายงานความคืบหน้ากับประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง อย่างที่โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้กล่าวว่า เจตนารณ์ของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คือการบำบัดทุกข์บำรุงสุข พิทักษ์สันติราษฎร์ พิฆาตยาเสพติด พิชิตอันธพาล ด้วยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ และประชาชนก็คงได้เห็นถึงผลงานที่ได้ดำเนินการมาโดยตลอด
นายกฯ กล่าวว่า เราเจอความท้าทายทุกรูปแบบทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ ความกดดันในหน่วยงานราชการ อย่างล่าสุดที่มีการขู่ว่า รองผู้ว่าราชการจังหวัดจะย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งปลัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้ดำเนินการให้เห็นชัดเจนว่า สิ่งเหล่านี้ถึงแม้ว่าจะมีความพยายามที่อยากจะทำให้เกิดขึ้นหรือพยายามจะใช้กลไก อำนาจที่แต่ละคนมีอยู่ หวังว่าจะเกิดขึ้นแต่สุดท้ายก็เป็นเพียงความหวังเพราะผิดกฎหมาย เรื่องอะไรที่ผิดกฎหมาย รัฐบาลยอมไม่ได้สำนักงานตำรวจแห่งชาติยอมไม่ได้ จึงเป็นที่มาของการดำเนินการร่วมมือกันบูรณาการ
นายกฯ กล่าวว่า ตนในฐานะหัวหน้ารัฐบาลโชคดีที่มีเพื่อนเป็น ผบ.ตร. ทำให้สามารถถ่ายทอดความรู้สึก โกรธแค้นผู้กระทำผิดกฎหมาย โกรธแค้นแทนประชาชน และต้องการรักษาประโยชน์ของประชาชน รอง ผบ.ตร ก็เป็นน้องๆ ฉะนั้นการขอความร่วมมือจากท่านทั้งหลาย การทำให้ท่านมีความมั่นใจว่า ท่านทำไปเถอะ ตนอยู่กับท่านสนับสนุนท่านเต็มที่ ขอให้ทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์กับบ้านเมือง เกิดประโยชน์กับประชาชน เผชิญกับสิ่งใด ก็ไม่ต้องมีความกังวลใดๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นหากพวกเรากลัวอันธพาล กลัวโจร บ้านเมืองนี้ก็ไม่มีขื่อไม่มีแป เรากลัวคนที่บ้านคนเดียวพอ ไม่ต้องไปกลัวคนอื่น ที่เหลือก็ขอใช้ภารกิจ ใช้อำนาจหน้าที่ที่มีเราอยู่ บันดาลให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมของเรา เกิดความสงบสุขในประเทศของเรา
นายกฯ กล่าวว่า จากการที่เราทำงานร่วมกันมาต่อเนื่องตั้งแต่รัฐบาลของตนในชุดแล้วจนถึงปัจจุบันก็ได้เห็นว่า ทุกคนมีขวัญและกำลังใจ และมีความมุ่งมั่นที่จะต่อต้าน ป้องกันปราบปรามสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะถือเป็นวาระแห่งชาติ เรื่อง สแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติ ประเทศใดก็ตามที่มีสิ่งเหล่านี้ ทำให้ชื่อเสียงอยู่ป่นปี้ ความมั่นใจ ไม่มีนักลงทุน ไม่มีคนมาท่องเที่ยว ก็ทำให้ประเทศประสบความยากลำบาก สิ่งที่เราได้ทำมาโดยตลอด เพื่อให้ประเทศไทยมีความเข้มแข็ง และแข็งแกร่ง มีความเชื่อมั่นจากนานาชาติ ซึ่งเราได้ทำมา ถึงระดับที่เราได้ความเชื่อมั่นจากพวกเขาเหล่านั้น มีการประเมินความน่าเชื่อถือ มีการจัดลำดับมีการประเมินความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ทุกประเด็นล้วนแต่ทำให้ประเทศไทยได้ขยับลำดับต้นๆ ที่มากขึ้น และหวังว่าเราจะร่วมกันดำเนินการป้องกันปราบปรามสิ่งที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ต่อไปอีกด้วยกัน ความน่าเชื่อถือ ดัชนีต่างๆ ต้องปรับปรุงขึ้นมา จะต้องดีขึ้นและมีพัฒนาการไปในทางที่ดี เพื่อให้ความมั่นใจกับประชาชนได้
นายกฯ กล่าวว่า ในความนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตนขอแสดงความชื่นชม ขอกราบเรียนประชาชนว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกคนทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ โดยปราศจากความเกรงกลัวต่อสิ่งเย้ายวน สิ่งที่จะทำให้เขาไขว้เขว อิทธิพลต่างๆ ตนได้เห็นชัดเจนว่าไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้ความมุ่งมั่นของพวกเขาบิดเบือนไม่ได้แม้แต่น้อย ตนประเมินด้วยตัวเอง ก็ต้องกราบเรียนว่ามีความพึงพอใจ และเราก็จะทำต่อไปให้ดียิ่งขึ้น ทุกคนทำงานอย่างเต็มที่ ขอยืนยันในความเป็นผู้ที่กำกับดูแลการทำงานของหน่วยงานเหล่านี้








