วันที่ 11 มกราคม 2569 ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ พรรคประชาชนจัดงาน “เปิดวิสัยทัศน์รัฐบาลประชาชน” เปิดตัวทีมบริหารพร้อม 12 ภารกิจรัฐบาลประชาชนในการบริหารประเทศ หนึ่งในภารกิจที่ประกาศคือการ “คืนความยุติธรรมให้สังคม ปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม” โดยมี พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แคนดิเดตรองนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลประชาชนด้านประชาธิปไตยและความมั่นคงใหม่ และมุนินทร์ พงศาปาน ทีมบริหารรัฐบาลประชาชนด้านกระบวนการยุติธรรม นำเสนอวิสัยทัศน์
พิจารณ์ระบุว่า ปัญหากระบวนการยุติธรรมไม่ใช่ปัญหาเรื่องตัวบุคคลหรือตำรวจดีตำรวจเลวหรือคนดีคนเลว แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่อนุญาตให้ผู้มีอำนาจเข้าไปแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ต้องเกรงกลัวกฎหมาย ดังนั้นข้อเสนอของพรรคประชาชนคือการรื้อโครงสร้างตำรวจแล้วสร้างบ้านหลังนี้ขึ้นมาใหม่ ผ่านแผนปฏิบัติการ 3 ขั้นตอน ปราบ-ปรับ-ปฏิรูป กล่าวคือ
1) ปราบระบบภายในที่เป็นปัญหา เริ่มตั้งแต่ระบบตั๋วตำรวจ ต่อไปนี้ภายใต้รัฐบาลประชาชน การแต่งตั้งโยกย้ายต้องโปร่งใสเป็นธรรม ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ผู้กำกับหรือสารวัตรที่ไหนจะไม่มีการซื้อขาย จะไม่มี สส. หรือนายพลคนไหนมีตั๋วตำรวจแน่นอน เราจะสร้างระบบประเมินตำรวจแบบ 360 องศาที่โปร่งใสและเป็นวิทยาศาสตร์ มีคะแนนอาวุโส การสอบข้อเขียนและทดสอบร่างกาย ความประพฤติ รางวัลที่เคยได้รับในอดีต การประเมินจากผู้บังคับบัญชา ผู้ใต้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน รวมทั้งคะแนนจากความเห็นของประชาชน
ต่อมาคือปราบระบบพวกพ้องโดยสร้างกลไกการตรวจสอบตำรวจที่เป็นอิสระ พรรคประชาชนจะสร้างหน่วยตรวจสอบที่เป็นอิสระ มีคณะกรรมการอิสระที่ดูแล ควบคู่กับการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ให้เข้าไปติดตามตรวจสอบการทำงานของตำรวจได้แบบเรียลไทม์ เพื่อยุติวัฒนธรรมความเกรงใจในการตรวจสอบ รัฐบาลประชาชนจะต่อสู้กับปัญหาที่เกาะกินตำรวจมาหลายสิบปี และทำนโยบายนี้ให้สำเร็จภายใน 12 เดือนของรัฐบาล
2) ปรับสวัสดิการและภารกิจ รัฐบาลประชาชนจะเข้าไปจัดสรรงบประมาณใหม่ งบประมาณที่เป็นด้านพิธีกรรมและการดูงานต่างๆ ที่ไม่จำเป็นจะมีการตัดลด และเอาเงินเหล่านั้นมาสร้างสวัสดิการให้กับตำรวจชั้นผู้น้อย เช่น ค่าทำสำนวนที่ไม่มีการปรับมาเป็นเวลากว่า 34 ปีแล้ว และจะเข้าไปดูการจัดระบบที่อยู่อาศัย การเบิกค่าเช่าที่อยู่อาศัย ให้ทั่วถึงและเป็นธรรม รวมถึงขยายสิทธิในการเบิกค่ารักษาไปถึงโรงพยาบาลในพื้นที่ต่างจังหวัด และจัดสรรงบประมาณใหม่สำหรับการทำงานของตำรวจ
ปรับการโอนถ่ายภารกิจ ซึ่งทุกวันนี้งานของตำรวจกว้างขวางจนขาดความเชี่ยวชาญ รัฐบาลประชาชนจะโอนถ่ายภารกิจ ได้แก่ งานจราจร ตำรวจทางหลวง งานตรวจคนเข้าเมือง งานคุ้มครองผู้บริโภค งานป่าไม้ ให้หน่วยงานที่ถือกฎหมายและมีความเชี่ยวชาญรับผิดชอบโดยตรง ให้การแก้ไขปัญหาให้ประชาชนตรงจุดและรวดเร็วขึ้น แล้วทำให้ตำรวจมุ่งเน้นในส่วนของงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมได้อย่างเต็มที่ และเราจะโอนงานด้านนิติเวชและพิสูจน์หลักฐานออกจากตำรวจด้วย เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลในกระบวนการสืบสวน ไม่ให้ผูกขาดที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว
3) ปฏิรูปโครงสร้างตำรวจ รวมทั้งปรับระบบการศึกษาของตำรวจ โดยยกระดับโรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานขึ้นเป็นระดับมหาวิทยาลัย เป็นสถาบันวิชาการตำรวจเพื่อให้มี พ.ร.บ. เป็นของตัวเองและมีอิสระในด้านวิชาการ สร้างผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมาย งานสืบสวน และยึดโยงกับนิติรัฐนิติธรรม
รัฐบาลประชาชนจะปฏิรูปตำรวจในระดับจังหวัด โดยกระจายอำนาจ งบประมาณ และการบริหารงานบุคคลไปที่จังหวัด ให้ยึดโยงกับผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการเลือกตั้ง ให้แต่ละจังหวัดมีคณะกรรมการจังหวัดที่มีส่วนร่วมของประชาชนไปกำกับดูแลการบริหารงานของตำรวจภายในจังหวัด ตำรวจจังหวัดจะไม่เติบโตด้วยเส้นสาย แต่ด้วยการทำงานที่ตอบโจทย์ประชาชนในพื้นที่ผ่านการประเมินแบบ 360 องศา
ส่วนการปฏิรูปตำรวจส่วนกลาง คดีที่มีความซับซ้อน อาชญากรรมทางไซเบอร์ หรือคดีระดับประเทศ ยังคงอยู่ที่ตำรวจส่วนกลาง และตำรวจส่วนกลางจะเติบโตในสายงานของตัวเองแยกขาดจากตำรวจจังหวัด มีการฝึกฝนเรียนรู้เพิ่มทักษะเพื่อให้ตรงกับงานที่ต้องรับผิดชอบ
นอกจากนี้ จะปฏิรูปตำรวจฝ่ายตรวจสอบ ให้แยกขาดจากตำรวจจังหวัดและตำรวจส่วนกลาง เติบโตในสายงานของตัวเอง สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ทำให้เชื่อมั่นได้ว่าตำรวจไทยจะถูกตรวจสอบอย่างแท้จริง
พิจารณ์กล่าวต่อไปว่าที่พูดมาทั้งหมด หลายอย่างอยู่ใน พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 อยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมาไม่มีการปฏิบัติ ที่สำคัญที่สุดคือเจตจำนงทางการเมือง ดังนั้นพรรคประชาชนยืนยันว่าหากเป็นรัฐบาลจะทำได้ทันที จะสร้างตำรวจไทยให้เป็นที่พึ่งพิงของประชาชน ไม่ใช่ที่พักพิงของทุนเทา
ทางด้านมุนินทร์ ระบุว่าการปฏิรูปประบวนการยุติธรรมไม่สามารถหลีกเลี่ยงการแก้รัฐธรรมนูญได้ เนื่องจากเป็นการแก้โครงสร้างในระดับรากฐาน อย่างไรก็ตาม หากพรรคประชาชนได้เป็นรัฐบาล กระบวนการยุติธรรมภายใต้พรรคประชาชนจะต้องสะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีอิสระ โปร่งใส เป็นธรรมเท่าเทียม และต้องเป็นกระบวนการยุติธรรมที่ให้โอกาส
1) เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รัฐบาลประชาชนจะทำงานร่วมกับศาลและองค์กรในกระบวนการยุติธรรม เพื่อบูรณาการระบบการบริหารจัดการข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตำรวจ อัยการ ศาล รวมถึงราชทัณฑ์ ให้มีความเชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ให้มีความสะดวกในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการดำเนินคดี จะผลักดันให้เกิด e-Court อย่างแท้จริง พัฒนา e-Hearing ให้การทำคำพิพากษาเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์ บันทึกคำเบิกความผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ประชาชนได้รับความสะดวกรวดเร็วและเสียค่าใช้จ่ายน้อยลง
2) เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความเป็นอิสระ รัฐบาลประชาชนจะคืนความเป็นอิสระให้กับผู้พิพากษา ศาลยุติธรรมปัจจุบันมีกฎหมายที่กำหนดให้การตรวจร่างคำพิพากษา การเรียกคืน และการโอนสำนวนคดี โดยกำหนดหลักการไว้เพียงคร่าวๆ แล้วให้ศาลเป็นผู้กำหนดรายละเอียดเอง ซึ่งอาจเปิดช่องให้มีการแทรกแซงการทำคำพิพากษา ซึ่งสร้างความวิตกกังวลให้ประชาชนมาโดยตลอด รัฐบาลประชาชนจะทำงานร่วมกับศาลและฝ่ายนิติบัญญัติในการแก้กฎหมาย เพื่อให้หลักเกณฑ์ในการตรวจคำพิพากษาและการโอนสำนวนถูกกำหนดไว้อย่างชัดเจน เพื่อปิดช่องการแทรกแซงการทำคำพิพากษา ให้ผู้พิพากษาสามารถใช้ดุลพินิจได้อย่างเป็นอิสระ
3) เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความโปร่งใส รัฐบาลประชาชนจะทำงานร่วมกับองค์กรในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในส่วนของราชทัณฑ์ เข้าไปส่งเสริมให้มีการตรวจสอบโดยองค์กรหรือบุคคลภายนอกที่เป็นอิสระ โดยไม่ต้องมีการแจ้งล่วงหน้า และเปิดเผยข้อมูลสู่สาธารณะให้มากที่สุด เพื่อขจัดปัญหาการทุจริตในเรือนจำ
4) เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมีความเป็นธรรมและเท่าเทียม รัฐบาลประชาชนจะแก้กฎหมายให้อัยการมีบทบาทมากขึ้นในการร่วมสอบสวนกับพนักงานสอบสวน เพื่อลดโอกาสในการฟ้องร้องปิดปาก และเปิดโอกาสให้คนที่อัยการสั่งฟ้องไป ศาลสามารถสั่งลงโทษได้ถ้าทำผิดจริง รัฐบาลประชาชนจะผลักดันให้อัยการมีบทบาทมากขึ้นในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนและลดภาระของศาล ต่อไปนี้การออกหมายจับ หมายค้น หรือหมายขัง จะต้องผ่านการพิจารณาของอัยการก่อน เพื่อไม่ให้มีการขอออกหมายพร่ำเพรื่อ
รัฐบาลประชาชนจะแก้กฎหมายเพื่อให้ผู้ต้องหามีสิทธิมีทนายตั้งแต่ในชั้นสอบสวน คำเบิกความของผู้ต้องหาที่ถูกปฏิเสธสิทธิในการมีทนายความจะไม่สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ และให้ผู้ต้องหามีสิทธิได้รับทราบพยานหลักฐานตั้งแต่ในชั้นสอบสวน เว้นแต่กรณี เช่น ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อพยานหรือกระทบกับการแสวงหาพยานอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลประชาชนจะจัดหาบริการทางกฎหมายที่มีคุณภาพโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายให้กับชาวบ้านทั่วไป ชาวบ้านที่มีรายได้น้อยจะมีสิทธิได้รับบริการทางกฎหมายที่มีคุณภาพ สามรถต่อสู้คดีได้อย่างเต็มที่และเป็นธรรม จะจูงใจให้สำนักงานทนายความมาร่วมให้บริการทางกฎหมาย โดยแลกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
รัฐบาลประชาชนจะแก้กฎหมายเพื่อเปลี่ยนวิธีคิดโทษปรับจากแบบคงที่เท่ากัน เป็นตามอัตราส่วนของรายได้ คนจนจะเสียค่าปรับน้อยลง คนรวยจะเสียค่าปรับมากขึ้นตามสัดส่วนของรายได้
5) เพื่อกระบวนการยุติธรรมที่ให้โอกาส รัฐบาลประชาชนจะส่งเสริมให้ผู้ต้องขังมีสิทธิได้รับการศึกษาและการฝึกอบรมผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก เพื่อให้มีโอกาสพัฒนาความรู้ ฝึกอาชีพ เพื่อลดโอกาสในการก่ออาชญากรรมซ้ำและไม่เป็นภาระกับสังคม จูงใจให้เอกชนเข้ามาร่วมในการจ้างงานผู้ต้องขังที่พ้นโทษ แลกกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี
มุนินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลประชาชนจะคืนความปกติให้กับกระบวนการยุติธรรมไทย ให้เป็นกระบวนการยุติธรรมที่สะดวก รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ มีความเป็นอิสระ มีความโปร่งใส มีความเท่าเทียม และให้โอกาสผู้ต้องขังกลับไปใช้ชีวิตตามปกติในสังคมได้







