(10 ม.ค.2569) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายกรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคฯ ร่วมกันลงพื้นที่เขตหลักสี่-จตุจักร ร่วมกับ นายระพีพัฒน์ สุเมธโชติเมธา ผู้สมัครเบอร์ 14 เพื่อพบปะและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชน ณ ตลาดบองมาเช่ ท่ามกลางบรรยากาศการต้อนรับที่อบอุ่น
โดยนายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การลงพื้นที่วันนี้ได้ย้ำนโยบายที่ให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคต เริ่มตั้งแต่ สวัสดิการแม่และเด็ก ที่มีการชดเชยรายได้คุณแม่แรกเกิด ส่งเสริมโภชนาการ และการเติมเงินออมให้เด็กต่อเนื่องจนถึงอายุ 18 ปี เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กทุกคนจะเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีแนวทางในการปรับรื้อหลักสูตรให้มีความยืดหยุ่นภายใต้แนวคิด “บุฟเฟต์การศึกษา” ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กไทยเลือกเรียนตามความถนัดเพื่อสะสมเป็นชุดทักษะ (Skill Set) และสามารถโอนหน่วยกิตได้อย่างเสรี โดยต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข และแรงงาน เพื่อแก้ปัญหาสังคม ทั้งเรื่องยาเสพติด บุหรี่ไฟฟ้า และภาวะสมาธิสั้นในเด็กจากการใช้เทคโนโลยี
สำหรับในมิติเศรษฐกิจ นายอภิสิทธิ์ได้ประกาศเป้าหมายที่ท้าทายว่า หากพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำรัฐบาล จะผลักดันให้ GDP กลับมาเติบโตที่ร้อยละ 5 ภายใน 4 ปี โดยมองข้ามการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการกระตุ้นเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่จะมุ่งสร้าง “เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่” ผ่านอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น อาหาร, Wellness, ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และพลังงานสะอาด รวมถึงการปรับรื้อกฎหมายและนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อเพิ่มรายได้ให้ประชาชนและรัฐ เพื่อนำกลับมาดูแลสวัสดิการสังคม
ทั้งนี้เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ นายอภิสิทธิ์ได้ฝากข้อความถึงเยาวชนให้มีความหวังและตั้งเป้าหมายในชีวิต พร้อมทั้งเตือนสติผู้นำทางการเมืองว่า ความรักชาติและการปกป้องอธิปไตยสามารถทำได้ด้วยความเข้มแข็งโดยไม่จำเป็นต้อง “เติมเชื้อความขัดแย้ง” เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่อนาคตที่สงบสุขและมั่นคงอย่างแท้จริง







