วันที่ 8 ม.ค.69 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก " Jatuporn Prompan - จตุพร พรหมพันธุ์"ระบุว่า...
เชื่อแนวรบไทย-กัมพูชารอบ 3 เริ่มคุกรุ่น ชี้ขนอาวุธมุ่งปลายทางเขมร 6 เที่ยวบิน หวั่นรบใหม่รุนแรง ขณะที่สมรภูมิชายแดนตะวันตก ศึกกลุ่มชาติพันธ์กับพม่า ระอุ ประเมิน ปชน.หลงระเริงเสียงนิยมเก่าจนหูดับ เสียงเริ่มตก
เมื่อ 7 ม.ค. 2569 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊คไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า ไทย-กัมพูชา คงหนีการรบรอบ 3 ไม่ออก เพราะขณะนี้กัมพูชาเริ่มสะสมอาวุธมากขึ้น โดยมีสิ่งผิดปกติกับเครื่องบินบรรทุกเข้ากัมพูชาแล้ว 2 เที่ยวบิน
“สถานการณ์ขณะนี้คุกรุ่นขึ้นอีก ช่วงนี้กัมพูชาเริ่มสะสมอาวุธ โดยทางการข่าวระบุมีเครื่องบินบรรทุกแบบเที่ยวบินเบลารุสจะเข้ากัมพูชาถึง 6 เที่ยวบิน แต่ละเที่ยวบินบรรทุกอาวุธได้มโหฬาร ซึ่งขณะนี้เข้าไปแล้ว 2 เที่ยวบิน”
ส่วนชายแดนไทย-พม่า สถานการณ์ของกลุ่มชาติพันธ์มีโอกาสปะทะกับทหารพม่าอย่างรุนแรง โดยไทยหลีกเลี่ยงถูกบีบระเบียงมนุษยธรรมได้ยาก และจะเป็นภัยคุกคามกับอธิปไตยไทย ซึ่งอาจหนักกว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเสียด้วยซ้ำ ดังนั้น ไทยควรเตรียมการและวางแผนรองรับเอาไว้
กรณีประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัล ทรัมป์ ถ้าส่งทหารรุกรานประเทศอื่นเหมือนบุกจับประธานาธิบดี นิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาแล้ว แม้ทรัมป์ประกาศไปยึดเกาะกรีนแลนด์ รุกรานแม็กซิโก แคนาดา โคลัมเบีย คิวบา นิคารากัว อาจแสดงถึงการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ได้อย่างง่ายดาย แต่จะทำจริงตามที่พูดหรือไม่ ถ้าจริงองค์กรนาโต้ก็พังพาบลงทันที
"ไทยอยู่ระหว่างเขาควาย (ของมหาอำนาจ) แต่โชคดีอย่างหนึ่งที่เราปลอดภัยจากสหรัฐ เพราะสิ่งที่สหรัฐอยากได้ เขาได้ครบไปแล้ว ไม่ว่า น้ำมันก็ได้แล้ว แหล่งพลังงานในอ่าวไทยที่เป็นปัญหากับกัมพูชาก็ยกให้สหรัฐไปแล้ว แร่เรเอิร์ธก็ยกให้แล้ว จะเหลืออะไร ยกเว้นทหารสหรัฐมาเที่ยวพัฒน์พงศ์กับพัทยาเท่านั้น ส่วนฝังกัมพูชา สหรัฐยังได้ไม่ครบและต้องสกัดจีนไปด้วย กัมพูชาจึงเป็นของตายต้องยึดครอง"
นายจตุพร กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ “บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า วันที่ 9 ม.ค.นี้ ศาลปกครองนัดอ่านคำพิพาทษาว่าจะได้กลับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) อีกหรือไม่ ถ้าได้กลับจะเป็นปัญหาใหญ่อีก หากมม่ได้กลับก็เป็นปัญหาอีกเรื่อง โดยปัญหาใน สตช.นับวันจะยิ่งหนักขึ้น เพราะทุกเรื่องไม่ปกติและจะลากไปสู่วิกฤตครั้งใหญ่
“การติดสินบนในวงการ ปปช. เป็นเรื่องผิดปกติ ตัวเลขเงิน 10 ล้านในการวิ่งเต้นเป็นสิ่งเล็กน้อยมาก โดยธรรมดาแล้วตัวเลขที่เคยรับรู้มานั้นมากกว่านี้มาก และการให้สินบนเป็นทองคำจึงโง่ทั้งคนให้และคนรับ เพราะสามารถสืบตามหาแหล่งที่มาได้ง่ายดายอย่างยิ่ง ดังนั้น เรื่องนี้จึงประหลาด ซึ่งจะจริงหรือไม่ก็ไม่รู้ แต่มันทะแม่งๆ”
อีกทั้งวิเคราะห์การเลือกตั้ง 2569 ว่า สงครามไทย-กัมพูชา จะถูกเร่งเกมหรือไม่ ซึ่งจะกระทบต่อการเลือกตั้ง ส่วนการหาเสียงขณะนี้ยังไม่เข้มข้น ต้องรอหลังเลือกตั้งท้องถิ่นวันที่ 11 ม.ค.นี้ก่อน แต่ละพรรคจึงจะปล่อยหมัดเด็ดออกมาหาเสียง
สิ่งที่น่าสังเกตกับพรรคประชาชน โดย น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” ผู้สมัครปาร์ตี้ลิสต์ได้รับยกย่องเป็นนักการเมืองแห่งปี 2568 และด้วยบุคคลิกมีจุดเด่นเป็นคนขยันจึงมีบทบาทในกระแสข่าวกลบแคนดิเดตนายกฯของพรรคประชาชนหมด แม้พรรคแก้เกมด้วยการประกาศโฉมหน้า ครม. แต่บางคนกลับถูกโจมตีอย่างหนักในเรื่องผลงานเก่าๆ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของพรรคประชาชนกับการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไป เพราะทั้งกระแสด้านทหาร ความมั่นคงของประเทศเมื่อเกิดสงครามไทย-กัมพูชาขึ้นจึงถูกนำมาโจมตีอย่างหนัก กลับกลายเป็นเรื่องเสียคะแนนเสียงไป โดยคนไทยเริ่มตั้งคำถามย้อนกลับมาเล่นงานกรณีมีทหารไว้ทำไม แต่พรรคอธิบายฟังไม่ขึ้น ซึ่งจะต้องเหนื่อยกับการรณรงค์หาเสียงมาก
"พรรคประชาชนอยู่กับอาการสะสมและชื่นชมความสำเร็จ หูจึงเริ่มดับ ใครพูดอะไรก็ไม่ฟัง ไม่สนใจ เหมือนกับสมัยพรรคไทยรักไทยและเพื่อไทย ซึ่งทำให้คนที่สะสมความสำเร็จจะหัวคะมำแทบทุกราย ความจริงบทบาทแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคต้องถูกโชว์ให้เด่น แต่วันนี้กลับถูกตั้งคำถาม 112 เรื่องมีทหารไว้ทำไม ดังนั้นถ้ายังไม่เข้าใจ แต่คิดว่าความนิยมยังติดตัวอยู่แล้ว เป็นเรื่องที่หนักมากกับกระแสในขณะนี้ และจะได้เสียงเท่าเดิม 151 เสียงคงลำบาก"
ส่วนพรรคภูมิใจไทย ครั้งนี้การหาเสียงหวังดึงเสียงปาร์ตี้ลิสต์ให้มากขึ้นกว่าเดิม จึงดึง สส.บ้านใหญ่มาสังกัด สำหรับพรรค พปชร. เมื่อไม่มีพล.อ.ประวิทย์ วงษ์สุวรรณ ก็หาเสียงง่ายกว่าเดิมมาก โดยกำหนดเป้าหมายเข้มข้นเป็นพื้นที่ ขณะที่พรรคอื่นๆ การหาเสียงครั้งนี้ต้องออกแรงสู้กันเหนื่อยแน่นอน








