การเมืองทั่วไป

เปิดแผน "ทำประชามติ" ร่าง รธน. ใหม่ คืนอำนาจ ปชช. สถาปนากฎหมายสูงสุด

แชร์ข่าว

วันที่ 3 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อความเห็นชอบในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกระบวนการนี้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่ระบุว่า ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2560 รัฐสภามีอำนาจริเริ่มจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ แต่ต้องให้ประชาชนลงมติเห็นชอบเสียก่อนว่าสมควรจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่

ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการที่ว่าประชาชนคือผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ และเป็นไปตามแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่มุ่งสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนภายใต้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยความจำเป็นในการจัดทำฉบับใหม่เกิดจากข้อวิจารณ์ว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 จัดทำขึ้นในสภาวะที่ขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง มีบทบัญญัติที่ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย และขาดความสมดุลในการตรวจสอบอำนาจ การจัดทำฉบับใหม่จึงถูกมองว่าเป็นโอกาสที่จะแก้ไขปัญหาการบังคับใช้กฎหมายที่สะสมมาและทำให้ได้เนื้อหาที่สมบูรณ์สอดคล้องกันทั้งฉบับ

สำหรับกระบวนการออกเสียงประชามติถูกกำหนดไว้รวม 3 ครั้ง โดยครั้งที่หนึ่งเป็นการสอบถามประชาชนว่า "ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่" ก่อนที่จะเริ่มกระบวนการร่าง หากประชาชนเห็นชอบจะเข้าสู่ขั้นตอนที่สอง คือการออกเสียงประชามติเพื่อขอความเห็นชอบต่อร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมในหมวด 15/1 ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเมื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จสิ้นแล้ว จะต้องมีการออกเสียงประชามติเป็นครั้งที่สามเพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะเห็นชอบกับร่างกฎหมายสูงสุดฉบับใหม่นี้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับมีข้อที่ต้องพึงระวังคืออาจนำไปสู่ความขัดแย้งทางการเมืองได้มากกว่าการแก้ไขรายมาตรา และเป็นกระบวนการที่ต้องใช้งบประมาณสูง โดยหากเทียบเคียงกับข้อมูลในอดีต พบว่าเพียงเฉพาะงบประมาณของการจัดทำรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญซึ่งดำเนินการในปี 2557 ได้รับการจัดสรรถึง 112,469,600 บาท ขณะที่งบประมาณในการจัดออกเสียงประชามติจะอยู่ในความรับผิดชอบของ กกต.

ในส่วนของแนวทางการปฏิบัติสำหรับประชาชน หากมีการจัดออกเสียงประชามติในวันเดียวกับการเลือกตั้ง สส. จะมีขั้นตอนรวมทั้งสิ้น 10 ขั้นตอน เริ่มจากการตรวจสอบรายชื่อ เตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น บัตรประชาชนที่แม้หมดอายุก็ใช้ได้ หรือผ่านแอปพลิเคชันอย่าง ThaiD ไปจนถึงการลงลายมือชื่อรับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเพื่อเข้าคูหาลงคะแนนเลือก สส. ก่อน หลังจากนั้นประชาชนต้องไปขอใช้สิทธิออกเสียงประชามติในจุดถัดไป ณ ที่เลือกตั้งเดียวกัน เพื่อรับบัตรออกเสียงประชามติอีก 1 ใบ ซึ่งในบัตรประชามติจะมีคำถามระบุชัดเจนว่าท่านเห็นชอบสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยให้ทำเครื่องหมาย X เพียงช่องเดียวระหว่าง "เห็นชอบ" "ไม่เห็นชอบ" หรือ "ไม่แสดงความคิดเห็น" แล้วจึงนำไปหย่อนลงหีบบัตรด้วยตนเอง ทั้งนี้ กฎหมายได้เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายทั้งที่เห็นชอบและไม่เห็นชอบสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระและเท่าเทียมกัน เพื่อให้การออกเสียงประชามติเป็นไปอย่างโปร่งใสตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการออกเสียงประชามติ พ.ศ. 2564

ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.ect.go.th/web-upload/1xff0d34e409a13ef56eea54c52a291126/tinymce/104-cd76cdfb2ec18c1c28ed71704b380a75/ออกเสียงประชามติ/ข้อมูลเกี่ยวกับการออกเสียงประชามติ%20เพื่อให้ความเห็นชอบการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่.pdf

ข่าวแนะนำ