เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 บรรยากาศในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เต็มไปด้วยความคึกคักและความตื้นตันใจ เมื่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยแกนนำพรรคคนสำคัญ อาทิ นายวิทยา แก้วภราดัย สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายชื่นชอบ คงอุดม รองหัวหน้าพรรค นายนิติศักดิ์ ธรรมเพชร สส.พัทลุง เขต 2 และนายสยาม บางกุลธรรม นายทะเบียนสมาชิกพรรค ได้ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยคณะได้เริ่มปฏิบัติภารกิจตั้งแต่ช่วงบ่าย บริเวณชุมชนหลังสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ (สภ.หาดใหญ่) ต่อเนื่องไปยังบริเวณชุมชนคอหงส์
การลงพื้นที่ในครั้งนี้ นายพีระพันธุ์และคณะได้เดินเท้าลุยเข้าไปในตรอกซอกซอยที่รถเข้าถึงยาก เพื่อนำถังน้ำและรถน้ำสะอาดเข้าไปเติมให้ถึงหน้าบ้านของประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำสะอาด โดยชาวบ้านต่างสะท้อนความยากลำบากในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา บางรายเล่าว่าน้ำท่วมสูงจนต้องปีนข้ามบ้านหรือหนีขึ้นไปอยู่บนชั้นสอง ติดค้างอยู่ข้ามคืน และต้องอาศัยอยู่บนเตียงรวมกันถึง 4 คนท่ามกลางระดับน้ำที่ท่วมมิดเตียงชั้นล่าง ซึ่งนายพีระพันธุ์ได้กำชับให้ทีมงานเร่งเติมน้ำใส่ถังให้ครบทุกบ้าน และประสานรถน้ำเข้ามาเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ
นอกจากการมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ ประเด็นสำคัญที่ทีมงานของนายพีระพันธุ์ได้พูดคุยกับชาวบ้านคือเรื่องการบริหารจัดการน้ำ โดยได้ขอร้องประชาชนว่าอย่าเพิ่งต่อว่าเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เพราะทุกคนทำหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของระบบราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและการใช้กฎหมาย ซึ่งทีมงานของนายพีระพันธุ์รับปากว่าจะเขียนคำอธิบายชี้แจงให้ชาวหาดใหญ่ได้รับทราบข้อเท็จจริงว่าไม่ใช่ความผิดของบุคคล แต่เป็นเรื่องเชิงโครงสร้างที่ต้องแก้ไขต่อไป พร้อมทั้งให้กำลังใจให้ทุกคนช่วยกันฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด
บรรยากาศระหว่างการลงพื้นที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและกำลังใจ ชาวบ้านจำนวนมากต่างเข้ามาขอถ่ายรูปและพูดคุยกับนายพีระพันธุ์ด้วยความดีใจ โดยมีคุณยายท่านหนึ่งได้สร้างความประทับใจอย่างมากเมื่อเข้ามาสวมกอดและกล่าวชื่นชมนายพีระพันธุ์ว่าเป็น "คนดี" และ "หล่อกว่าในทีวี" พร้อมยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า ถึงใครจะเอาเงินมาให้หลักหมื่นก็ไม่รับ เพราะศรัทธาในความดีของนายพีระพันธุ์และ "ลุงตู่" (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา) ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยต้องการคนดีมาบริหารบ้านเมือง
นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังได้พบปะกับเยาวชนในพื้นที่ที่สนใจจะศึกษาต่อด้านรัฐศาสตร์ โดยได้ให้คำแนะนำและกำลังใจแก่คนรุ่นใหม่ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของชาติในอนาคต ภาพรวมของการลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ได้มีเพียงการช่วยเหลือทางวัตถุ แต่ยังเป็นการมอบกำลังใจและรับฟังเสียงสะท้อนจากประชาชนอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางเสียงขอบคุณจากชาวหาดใหญ่ที่ได้รับความช่วยเหลืออย่างทั่วถึง








