ศป.กฉ. เผยสถานการณ์คลี่คลาย เดินหน้าฟื้นฟู คืนเมืองหาดใหญ่ภายใน 14 วัน เร่งคืนระบบน้ำ–ไฟฟ้า–สัญญาณสื่อสาร พร้อมขนย้ายรถอย่างเป็นระบบ และเตรียมจ่ายเงินเยียวยา 9,000 บาทสัปดาห์หน้า
วันที่ 29 พ.ย.68 เวลา 13.30 น. ณ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการและโฆษกศูนย์ นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ และพลโท วันชนะ สวัสดี กรรมการและโฆษกศูนย์ ร่วมกันแถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย สรุปสาระสำคัญ ดังนี้
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษก ศป.ฉก. กล่าวว่า รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศป.กฉ. ได้เชิญชวนภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม โดยได้เชิญมูลนิธิกระจกเงา มาเพื่อให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ เป็นแนวทางที่เชื่อว่าจะช่วยเติมเต็มการดำเนินงานของรัฐบาล ทั้งการฟื้นฟูให้เร็วที่สุด การกำหนดจุดทิ้งขยะ การจัดสาธารณูปโภคและของใช้จำเป็น รวมถึงการกำหนดจุดจอดรถที่ถูกน้ำท่วมและกีดขวางการจราจร เพื่อให้สามารถจัดการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ทั้งนี้ มูลนิธิกระจกเงาทำงานร่วมกับภาคประชาชน และสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เพื่อศึกษามาตรการฟื้นฟูและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสงขลา
ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการปฏิบัติและเร่งรัดติดตามสถานการณ์ต่าง ๆ โดยสภาพอากาศในขณะนี้มีแนวโน้มดีขึ้น ปริมาณน้ำฝนลดลง หากสภาพอากาศเป็นเช่นนี้ต่อเนื่อง คาดว่าจะสามารถระบายน้ำในพื้นที่ที่ยังท่วมขังให้แห้งได้ภายใน 3–5 วัน และที่ประชุมยังได้เร่งรัดการดำเนินงานด้านประปา โดยคาดว่าวันนี้จะสามารถปล่อยน้ำประปาให้ประชาชนใช้ได้ก่อน
“นายกรัฐมนตรีได้กำชับว่า น้ำประปาไม่จำเป็นต้องพร้อมสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ สิ่งสำคัญคือประชาชนต้องได้น้ำใช้อย่างเร็วที่สุด ดังนั้นวันนี้น่าจะสามารถปล่อยน้ำประปาได้ในทุกพื้นที่ ทั้งนี้ ต้องขออภัยหากในช่วงแรก น้ำอาจไหลเบา หรือยังไม่ใสเต็มที่ เนื่องจากยังต้องซ่อมบำรุงอุปกรณ์กรองน้ำบางอย่างที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม และอุปกรณ์บางส่วนยังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม การปล่อยน้ำประปาครั้งนี้จึงเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้ประชาชนเบื้องต้นก่อน”
ส่วนด้านไฟฟ้า ขณะนี้สามารถกู้คืนได้มากกว่า 80% แล้ว จากจำนวน 700,000 ครัวเรือนในจังหวัดสงขลา เหลือเพียงประมาณ 20,000 ครัวเรือนที่ยังไม่สามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ เนื่องจากต้องตรวจสอบความปลอดภัยของอุปกรณ์ไฟฟ้าและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ
สำหรับการบริหารจัดการในภาพรวม ขณะนี้ อบจ. และเทศบาลได้เดินหน้าแผน Big Cleaning โดยกำหนดจุดย่อยสำหรับทิ้งขยะให้ประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวกและลดระยะเวลาในการเดินทาง โดยภาครัฐจะรวบรวมขยะจากจุดย่อยไปทิ้งยังจุดใหญ่ เพื่อให้การทำความสะอาดและการจัดการขยะดำเนินไปได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ด้านกระทรวงคมนาคม ได้กำหนดจุดสำหรับขนย้ายรถ ซึ่งการขนย้ายครั้งนี้มีความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งกระทรวงคมนาคม ตำรวจจราจร บริษัทประกันภัย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่ร่วมกันระดมทรัพยากรจากทั่วประเทศ โดยเฉพาะรถลาก นอกจากนี้ยังมีการจัดหมวดหมู่รถอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบและติดตามยานพาหนะ ทั้งนี้ หลังจากได้รับคำแนะนำของมูลนิธิกระจกเงา ผอ. ศป.ฉก. ได้มอบหมายให้ สทนช. ซึ่งมีภาพถ่ายเรดาร์ภูมิประเทศ กำหนดจุดจอดรถ ซึ่งได้ทำข้อเสนอส่งไปให้กับกรมการขนส่งทางบก คาดว่าจะอำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนมากขึ้น
พลโท วันชนะ สวัสดี โฆษก ศป.ฉก. รายงานสถานการณ์ของ ศป.ฉก. ส่วนหน้าใน 4 ด้านการบริหาร ได้แก่ คน สิ่งของ น้ำ และข่าว โดยขณะนี้ระดับน้ำได้ลดลงแล้ว พื้นที่ส่วนหน้ามีจุดท่วมขังเกินกว่า 30 เซนติเมตรอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก ดังนั้นการดำเนินงานจึงปรับเฟสจากภาวะช่วยเหลือวิกฤตน้ำท่วมเข้าสู่เฟสการฟื้นฟู โดยสัดส่วนงานช่วยเหลืออยู่ที่ประมาณ 30% และงานฟื้นฟูเพิ่มเป็นประมาณ 70% ทั้งนี้ การดูแลระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ทั้งน้ำ ไฟ และสัญญาณโทรศัพท์ มีความคืบหน้าโดยรวมราว 85% ขณะที่บางส่วนสามารถฟื้นฟูได้ครบ 100% แล้ว เช่น ระบบไฟฟ้าตามถนนสายหลัก
ด้านการบริหารจัดการคน มีเคสฉุกเฉินเข้ามาทั้งหมดประมาณ 753 เคส และสามารถช่วยเหลือได้ครบ 100% สำหรับการอพยพประชาชน เมื่อวานนี้มีเคสเข้ามา 11,242 เคส ช่วยเหลือได้ราว 95% โดยยังคงเหลือเคสตกค้างถึงวันนี้อีก 1,070 เคส สำหรับการบริหารจัดการศูนย์พักพิง เนื่องจากประชาชนบางส่วนกลับไปยังที่พักอาศัยแล้ว ดังนั้น ศูนย์พักพิงจึงเน้นในเรื่องการรักษาพยาบาล การจัดอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมถึงการจัดทำฐานข้อมูล (Data Base) เพื่อบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและเป็นปัจจุบัน จำนวนศูนย์พักพิงมีทั้งหมด 16 แห่ง ประชาชนที่กลับเข้าไปทำความสะอาดบ้าน บางส่วนยังไม่สามารถเข้าไปพักอาศัยได้ ศป.กฉ. ส่วนหน้า จึงได้จัดโรงแรม BP อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา เป็นโรงแรมเป็นที่พักสำรอง ปัจจุบันมีผู้เข้าพักอยู่แล้ว 20 ห้อง
ด้านการบริหารจัดการสิ่งของและการส่งความช่วยเหลือ ในช่วงฟื้นฟูมีความจำเป็นต้องเฝ้าระวังมิจฉาชีพและเหตุอาชญากรรม จึงมีการตั้งจุดตรวจ จุดสกัด และลาดตระเวนในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงพื้นที่สำคัญและพื้นที่เฝ้าระวัง การรักษาความปลอดภัยดำเนินการโดยตำรวจภูธรภาค 9 และตำรวจจังหวัดสงขลา ร่วมกับทหาร ฝ่ายปกครอง ทำการลาดตระเวนตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุประชาชนสามารถแจ้งได้ที่ สภ.คอหงส์
ทั้งนี้ เฟสการฟื้นฟูแบ่งออกเป็น 3 ระยะ คือ 1. ระยะเร่งด่วน ซึ่งจะเป็นการทำความสะอาด ฟื้นฟูระบบสื่อสาร สาธารณูปโภค และเปิดเส้นทางเพื่อซ่อมบ้านเรือนกรณีฉุกเฉิน 2. ระยะกลาง จะซ่อมแซมบ้านเรือนเต็มกำลัง ทั้งโครงสร้างผนังหลังคา ระบบประปา ไฟฟ้า สาธารณูปโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า และยานพาหนะของผู้ประสบภัย รวมถึงซ่อมถนนสายรองและสายหลัก 3. ระยะสุดท้าย จะฟื้นฟูเต็มกำลัง ซ่อมบ้านเรือนให้แล้วเสร็จสมบูรณ์ และปรับปรุงถนนและระบบสาธารณูปโภคทั้งหมด
ส่วนของโรงพยาบาลสนาม ปัจจุบันมีทั้งหมด 8 แห่ง สามารถใช้งานได้ พร้อมโรงพยาบาลคู่ขนานนอกพื้นที่ประสบภัยที่จะคอยสนับสนุนบุคลากรและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ทำให้โรงพยาบาลสนามทั้ง 8 แห่งสามารถปฏิบัติงานได้อย่างไม่ติดขัด
การส่งสิ่งของความช่วยเหลือแบ่งเป็น 3 ประเภท คือ 1. การส่งผ่านช่องทางรัฐบาลไปยังพิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ 2. การส่งตรงระหว่างส่วนราชการจากพื้นที่ภายนอกเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย และ 3. การส่งแบบไม่เป็นทางการ โดยประชาชนจัดจุดแจกจ่ายสิ่งของ โดยภาครัฐจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการส่งต่อความช่วยเหลือ มีจิตอาสาช่วยคัดแยกสิ่งของที่พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ และลำเลียงขึ้นเครื่อง C-130 พร้อมจัดลำดับความเร่งด่วนของสิ่งของ
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก กรรมการและโฆษกศูนย์ กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้และในช่วงสัปดาห์ต่อไป การดูแลผู้ประสบภัยให้เข้าถึงเงินเยียวยาและเงินกู้เพื่อดูแลบ้านเรือน และฟื้นฟูกิจการ ในส่วนของเงินเยียวยา 9,000 บาท รัฐบาลพร้อมที่จะจ่ายเงินให้ถึงมือประชาชนในสัปดาห์หน้า โดยจ่ายผ่านพร้อมเพย์ทุกธนาคาร ขอให้ประชาชนดำเนินการผูกบัญชีกับพร้อมเพย์ให้เรียบร้อย
ทั้งนี้ มาตรการฟื้นฟูชีวิตคนหาดใหญ่และผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้ สำหรับผู้ประกอบการมี่ 8 มาตรการ มีดังนี้
1) มาตรการพักหนี้ พักต้น พักดอกเบี้ย ธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์ รายรับที่ไม่เกินหนึ่งล้านบาทเป็นเวลา 1 ปี
2) เงินกู้เพื่อการยังชีพและประกอบอาชีพ 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ยเป็นเวลา 6 เดือน ระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี
3) เงินกู้เพื่อการซ่อมแซมที่พักอาศัย 100,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ยเป็นเวลา 1 ปี ระยะเวลาเงินกู้ 3 ปี
4) ให้บริษัทประกันภัยรถยนต์จ่ายชดเชยความเสียหายตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยลดขั้นตอนอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ คปภ. ได้แจ้งว่าบางบริษัทได้ลงไปอยู่ในพื้นที่แล้ว พร้อมจ่ายให้กับกรณีที่สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์ออกมา
5) ในส่วนของผู้ประกันตน นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้สำนักงานประกันสังคม จ่ายชดเชยสูงสุดทุกกรณีแก่ผู้ประกันตน
6) เงินชดเชยแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติรายละ 2,000,000 บาทในพื้นที่ที่ประกาศสถานการณ์ พ.ร.ก ฉุกเฉิน
7) การช่วยเหลือจากสำนักงานกองทุนพัฒนา SMEs สนับสนุนฟื้นฟู ให้ดำเนินธุรกิจได้เป็นกรณีพิเศษโดยรวดเร็วที่สุด
8) สนับสนุนมาตรการทางภาษีและการจัดกิจกรรมกระตุ้นเศรษฐกิจ ในพื้นที่หาดใหญ่และพื้นที่ประสบภัย เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่น ดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นการใช้จ่าย สำหรับในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ประสบภัยพิบัติหนักสุด กระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดมหกรรมขายสินค้าราคาต้นทุนหรือต่ำกว่าต้นทุนซึ่งเป็นความร่วมมือกับภาคเอกชนร้านค้าปลีก ภายในสัปดาห์หน้าและต่อ ๆ ไป
นอกจากนี้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เปิดให้บริการจัดทำบัตรประชาชน 3 แห่ง ได้แก่ ศูนย์พักพิงมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา และโรงเรียนเทศบาล 4 นอกจากนี้ ในวันที่ 2 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่ 09.00-20.00 น. มีให้บริการงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน ณ จุดเคาน์เตอร์บริการ “อำเภอยิ้ม” ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลหาดใหญ่ รวมถึงจุดให้บริการรับแจ้งตายที่ศูนย์พิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บริการทั้งหมดจะยกเว้นค่าธรรมเนียม โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทางรัฐ จะมีเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือข้อมูลเอกสารประวัติการใช้ การชำระค่าน้ำค่าไฟ ในกรณีนี้สามารถที่จะเป็นเอกสารประกอบการทำเรื่องขอสินเชื่อจากธนาคารได้ และยังมีข้อมูลเกี่ยวกับกรมธรรม์ ไม่ว่าจะเป็นประกันรถยนต์ ประกันอัคคีภัยประกันความเสี่ยงในทรัพย์สินประกันชีวิต
นายสิริพงศ์ โฆษก ศป.กฉ. กล่าวถึง กรณีที่กระทรวงสาธารณสุข โพสต์ภาพพร้อมข้อความรายงานการจัดหาถุงใส่ศพว่า ได้รับการยืนยันจากกระทรวงสาธารณสุขว่าโดยปกติแล้วโรงพยาบาลต้องมีถุงใส่ศพสำรองไว้อยู่แล้วที่ 400 ถุง และส่วน 1,500 ถุง มีผู้บริจาคเข้ามา ทางด้าน โรงพยาบาลไม่ได้ร้องขอใดๆ ดังนั้น เรื่องการรายงานยอดผู้เสียชีวิตเป็นยอดจริง
สำหรับ ยอดผู้เสียชีวิต ณ วันที่ 29 พ.ย.68 เวลา 08.00 น. รวม 8 จังหวัดภาคใต้ รวม 162 ราย แบ่งเป็น จังหวัดนครศรีธรรมราช 9 ราย พัทลุง 4 ราย สงขลา 126 ราย ตรัง 2 ราย สตูล 5 ราย ปัตตานี 7 ราย ยะลา 5 ราย และนราธิวาส 4 ราย
ทั้งนี้ วันพรุ่งนี้ เวลา 13.00 น. นายกรัฐมนตรีจะนำคณะลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อเร่งขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจ พร้อมรับทราบสถานการณ์จริง และติดตามปัญหาและอุปสรรคที่อาจทำให้การใช้ระเบียบหรือมาตรการเดิมล่าช้า ทั้งนี้เพื่อให้คณะทำงานเห็นปัญหาที่แท้จริง และนำไปสู่การกำหนดนโยบายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้มากที่สุด








