วันที่ 27 พ.ย.68 สำนักงาน กกต. ออกเอกสารข่าว ชี้แจงแนวทางการหาเสียงเลือกตั้ง และการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ตามกฎหมายสำหรับผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้ง อบต. ผู้ดำรงตำแหน่ง ส.อบต. นายก อบต. ปลัด อบต. รวมถึงพรรคการเมืองและบุคคลทั่วไปที่อาจเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่พบได้ในช่วงใกล้เลือกตั้งและอาจถูกเข้าใจผิด ว่าเข้าข่ายการให้ของเพื่อจูงใจในการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
ในส่วนของสมาชิกสภาและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ครบวาระในวันที่ 27 พ.ย.2568 นี้ และอยู่ในช่วงเตรียมการเลือกตั้งซึ่งจะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 11 ม.ค.2569 การให้ความช่วยเหลือใด ๆ ของผู้สมัครหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง จำเป็นต้องปฏิบัติ ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อไม่ให้เข้าข่ายความผิดตามมาตรา 65 พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม คือ 1. ผู้สมัคร สมาชิกสภาและนายก อบต.ที่ครบวาระในวันนี้ สามารถเริ่มหาเสียงเลือกตั้งได้ตั้งแต่ 180 วัน ก่อนวันครบวาระ หรือตั้งแต่วันที่ 31 พ.ค. 2568 ถึง 18.00 น. ของวันที่ 10 ม.ค.2569 โดยการคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้สมัครจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามพ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 61 ซึ่งบัญญัติว่า ในการคำนวณค่าใช้จ่ายของผู้สมัครสำหรับการเลือกตั้งแต่ละครั้ง ให้คำนวณตามค่าใช้จ่าย ที่ใช้จ่ายจริงในการเลือกตั้งสำหรับในกรณีที่เป็นการเลือกตั้งอันเนื่องมาจากการครบวาระ ให้คำนวณ ค่าใช้จ่ายที่ใช้จ่ายไปตั้งแต่ 180 วัน ก่อนวันที่ครบวาระจนถึงวันเลือกตั้ง
ในช่วงระหว่างวันดังกล่าว ผู้สมัครและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ต้องปฏิบัติตามมาตรา 65 ของกฎหมายเดียวกัน ที่กำหนดว่า ผู้สมัครและผู้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ต้องไม่กระทำการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนเสียงให้ตนเองหรือผู้อื่น ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้ 1. ห้ามจัดทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจัดเตรียมเพื่อจะให้ ทรัพย์สิน หรือผลประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้แก่ผู้ใด เช่น เงิน ของขวัญ หรือ สิ่งของต่างๆ
2. ห้ามให้ เสนอให้ หรือสัญญาว่าจะให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยอ้อมแก่ชุมชน สมาคม มูลนิธิ วัดหรือศาสนสถานอื่น สถานศึกษา สถานสงเคราะห์ หรือสถาบัน อื่นใด
3. ห้ามทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพหรือการรื่นเริงต่าง ๆ เช่น คอนเสิร์ต หรือการแสดงรื่นเริงต่าง ๆ 4. ห้ามเลี้ยงหรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด และ 5. ห้ามหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจ ให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครใด
ส่วนผู้ดำรงตำแหน่ง อบต.มีข้อจำกัดช่วง 90 วันสุดท้าย ก่อนครบวาระ หรือ ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.- 26 พ.ย. 68 การอนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใหม่ จะต้องพึงระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา 65 วรรคสอง ในกรณีที่ อบต. นายกอบต.หรือ ปลัด อบต. อนุมัติโครงการหรือกิจกรรมใหม่ ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมาย ได้แก่ การมอบทรัพย์สินหรือสิ่งของใด ๆ การให้ประโยชน์แก่ชุมชนหรือหน่วยงาน การจัดกิจกรรมรื่นเริง การจัดเลี้ยง การดำเนินการใดที่อาจจูงใจให้เกิดความนิยมต่อผู้สมัคร
ยกเว้นเพียง 3 กรณีเท่านั้นที่สามารถทำได้ คือ 1. โครงการที่มีลักษณะเป็นการบรรเทาทุกข์จากภัยธรรมชาติหรือภัยพิบัติสาธารณะ 2. โครงการต่อเนื่องที่ดำเนินการเป็นประจำอยู่แล้ว 3. โครงการที่ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ หากเป็นการช่วยเหลือโดยตรงตามหน้าที่และอำนาจ และไม่เชื่อมโยงกับผู้สมัครหรือการหาเสียงเลือกตั้ง
สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่อื่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่สามารถดำเนินการบรรเทาทุกข์ตามหน้าที่ และอำนาจ แต่หากผู้มีความประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งในอนาคตเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น ร่วมแจก สิ่งของ หรือปรากฏตัวในการมอบสิ่งของ อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 65 พ.ร.บ. การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เช่นเดียวกับ องค์การบริหารส่วนตำบล จึงสามารถช่วยเหลือได้เฉพาะในนามหน่วยงานท้องถิ่น ไม่ใช่ในนามผู้สมัคร หรือพรรคการเมือง และต้องไม่มีเจตนาหรือผลเป็นการหาเสียงแฝง
ขณะที่พรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง การให้สิ่งของหรือเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยของพรรคการเมืองและสมาชิก พรรคการเมืองสามารถดำเนินการได้ แต่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขของการให้ตามประเพณีหรือเมื่อมีเหตุอันสมควร และการยื่นคัดค้านเกี่ยวกับการบันทึกค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 ที่กำหนดว่า การให้ในแต่ละโอกาส ตามปกติประเพณี พรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งเป็น สส. หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ได้มูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท
การให้ในแต่ละโอกาส เมื่อมีเหตุอันสมควรแก่ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากภัยพิบัติ พรรคการเมืองให้ได้มูลค่าไม่เกิน 3,000,000 บาท
ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกพรรคการเมือง ซึ่งเป็น สส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ให้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท กรณีการให้เงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้เกินกว่าจำนวน ที่กำหนดไว้ ให้นำราคาหรือมูลค่าของเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ ดังกล่าว เฉพาะส่วนที่เกินกว่าจำนวนที่กำหนด ไปรวมคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัคร รับเลือกตั้งหรือของพรรคการเมืองในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งต่อไป ทั้งนี้หากไม่ดำเนินการดังกล่าวจะต้องระวางโทษ ตามมาตรา 154 และมาตรา 155 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และที่แก้ไขเพิ่มเติม
มีบทโทษตามมาตรา 155 กำหนดว่า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ ให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 5 ปี








