วันที่ 19 พ.ย.2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี แถลงถึงการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา (OECD) ว่า ขณะนี้มีคำขอเข้าเป็นสมาชิก OECD อีก 8 ประเทศ โดยมี 2 ประเทศในเอเชียคือ ประเทศไทยและอินโดนีเซีย ตนเพิ่งกลับจากการประชุมโต๊ะกลมของ OECD เรื่องความเท่าเทียมกันในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ซึ่งประเทศสมาชิกและประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกประมาณ 50-60 ประเทศ เข้าประชุมที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน โดยตนได้กล่าวสุนทรพจน์เป็นคนแรก เพราะเป็นรองนายกฯที่ไป ส่วนประเทศอื่นเป็นรัฐมนตรี หลายคนอาจสงสัยการเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้ประโยชน์อะไรกับคนไทย กับประเทศไทย
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า โดย OECD เป็นองค์กรของประเทศที่พัฒนาแล้ว เพราะประเทศส่วนใหญ่เป็นประเทศที่มีมาตรฐานที่โลกยอมรับ เพราะประเทศส่วนใหญ่เป็นประเทศที่ตั้งมาตรฐานของโลก โดยเฉพาะประเทศตะวันตก อันที่จริงไทยเคยร่วมมือกับ OECD มานานแล้ว หลายสิบปี เรามีโปรแกรมที่ทำร่วมกับเขามาเยอะ จนวันนี้ในปี 68 ไทยรู้สึกว่าเราควรจะขอเข้าเป็นสมาชิก OECD ให้เหมือนญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ซึ่งเราไปยื่นความจำนงขอเข้าเป็นสมาชิกปีกว่ามาแล้ว
โดยวันที่ 8 ธ.ค.นี้ นายมาเธียส คอร์มันน์ เลขาธิการ OECD จะเดินทางมาลงนามความเข้าใจเริ่มต้น เป็นการเปิดกระบวนการอย่างเป็นทางการ และต่อไปจะเข้ามาดูว่าไทยทำมาตรฐาน ซึ่งมี 250 ฉบับ เกี่ยวพันกับส่วนราชการไทยตรงๆ เลย 34 ส่วนราชการ มีกระบวนงานที่ต้องปรับปรุงเป็นหมื่นกระบวนงานเพื่อให้เข้ามาตรฐาน OECD จะมีการทำทั้งหมดต่อไปอีก 5 ขั้นตอน จึงจะเข้าเป็นสมาชิกได้
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า โดยประเทศไทยได้ตั้งความหวังไว้สูงว่า ในปี 73 เราควรจะเข้าเป็นสมาชิก นับแต่นี้ไป 5 ปี ซึ่งคนใน OECD บอกว่าเป็นการตั้งความหวังไว้สูง เพราะหลายประเทศใช้เวลานานกว่านั้นเป็นอันมาก เรามีความฝันว่าปี 73 เราควรได้เป็นสมาชิก OECD
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ทั้งนี้ การเข้าเป็นสมาชิก OECD ประโยชน์ที่ไทยและคนไทยจะได้นั้น เมื่อเราเข้าเป็นสมาชิกองค์กรที่พัฒนาแล้ว ซึ่งประเทศในเอเชียมีเพียง 2 ประเทศ คือ ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ถ้าประเทศไทยได้เป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย จะสร้างความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับโลก โดยเฉพาะนักลงทุนตะวันตกและนักลงทุนในเอเชีย อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เขาจะรู้ทันทีว่า มาตรฐานของกฎหมาย กฎข้อบังคับ มาตรฐานของนโยบายรัฐบาล และการปฏิบัติของส่วนราชการเข้าสู่มาตรฐานโลกของประเทศที่พัฒนาแล้ว
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า เพราะฉะนั้นสิ่งแรกที่จะได้คือ เงินลงทุนที่จะมาจากทั่วโลกจะมาเมืองไทยด้วยความมั่นใจขึ้น วันนี้เรากำลังแข่งกับประเทศเพื่อนบ้านประเทศหนึ่ง ตนเชื่อว่าถ้าเราได้เป็นสมาชิกรับรองเงินลงทุนจะไหลมาที่ไทยมากกว่าเยอะ เพราะมาตรฐานเราจะไปอยู่ในระดับเดียวกับประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมัน เป็นต้น
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า เมื่อเขาเชื่อมั่นว่าเรามีกฎหมาย กฎระเบียบ เรามีนโยบายที่ดี การปฏิบัติที่ดี และเงินลงทุนไหลเข้ามา สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เศรษฐกิจไทยจะโตขึ้น และจะมีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลเคยให้สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) ทำการศึกษาวิจัย ซึ่งทีดีอาร์ไอบอกเลยว่า ถ้าไทยเข้าเป็นสมาชิก OECD ได้ เป็นประเทศที่ 3 ในเอเชีย จีดีพีไทยจะโตขึ้น 1.6% คิดเป็นมูลค่าเกือบ 3 แสนล้านบาท เพราะเหตุว่า เงินลงทุนจะเข้ามา เศรษฐกิจโตขึ้น จ้างงานมีมากขึ้น อันนี้ก็จะถึงประชาชนโดยตรง
และสิ่งที่เป็นผลพลอยได้กับนักธุรกิจไทยก็คือ เมื่อเราปรับมาตรฐานให้เข้ากับประเทศพัฒนาแล้ว อย่างยุโรป หรืออเมริกา ก็แปลว่า สิ่งที่สภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร ที่เพิ่งเป็นข่าวไปว่า มีการเรียกใต้โต๊ะอะไรเยอะนั่น ทำธุรกิจยาก กฎระเบียบล้าสมัย มันก็จะทุเลาลง หรืออาจจะหมดไปในที่สุด เพราะว่าเงื่อนไขของ OECD หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญที่จะเข้าเป็นสมาชิก ต้องปราบคอร์รัปชันอย่างจริงจัง ต้องยึดมั่นในหลักนิติธรรม ธรรมาภิบาล พูดเฉยๆไม่ได้ เขาต้องการหลักฐาน เพราะฉะนั้นจะมีผลถึงนักธุรกิจไทยที่กำลังกังวลเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันที่มันมีมากเหลือเกินในประเทศไทย ถ้าเราไม่ผ่านข้อนี้ เราก็เป็นสมาชิกไม่ได้ แต่ถ้าเราเป็นสมาชิกได้ ก็แปลว่าเราแก้ปัญหานี้ได้ดี และจะพันมาถึงตัวชี้วัดสำคัญๆที่องค์การระหว่างประเทศ ถ้าเราผ่านตัวชี้วัดสำคัญๆได้ ทั้งหมดนี้จะกลับมาที่เศรษฐกิจเติบโต การลงทุนเพิ่มขึ้น และการจ้างงานเพิ่มขึ้น
นายบวรศักดิ์ กล่าวว่า ในวันที่ 8 ธ.ค. เลขาธิการ OECD จะมาลงนามความเข้าใจเริ่มต้น ร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย








