“รังสิมันต์” ลั่น! รัฐบาล “อนุทิน” กำลังเดินเหยียบกับดักที่สอง เชื่อมีคน “แสยะยิ้ม” ได้ผลประโยชน์ทับซ้อน ชี้การ “แช่แข็งสันติภาพ” ทำแผนปราบทุนสีเทาชะงัก ถามนายกฯ ยึดประโยชน์ชาติ หรือแค่ปูทางเลือกตั้ง 69 เตือนไทยกำลังเจอ “สงครามรูปแบบผสม” ที่มีนักรบไซเบอร์และอาวุธ เตือนรัฐบาลกำลังเข้าทางกัมพูชาอย่างจัง ติงรัฐบาลแช่แข็งข้อตกลงโดยไม่มีแผนรองรับ เปิดทางให้ทุนสีเทาไหลเข้าสู่การเลือกตั้ง 69 เตือนสถานการณ์อันตราย หากผลประโยชน์ชาติเป็นของคนบางคนเท่านั้น
วันที่ 12 พ.ย.2568 เวลา 09.30 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาดูเหมือนท่าทีของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยไม่สนประเทศสหรัฐฯแต่จะเอาความมั่นคงในประเทศก่อนว่า ต้องเข้าใจว่าสถานการณ์ที่เราเจอขณะนี้คืออะไร ยอมรับว่าสังคมไทยและสื่อยังไมคุ้นเคยกับเรื่องนี้ แต่อยากจะขอร้องว่าเราต้องใช้สติและความคิดเยอะๆจึงชวนคิดแบบนี้ว่า 1.เมื่อเราเจอกับระเบิดทางกัมพูชาเขากำลังวางแผนอะไร เขากำลังวางแผน เรื่องสแกมเมอร์โลกล้อมกัมพูชา แต่เมื่อมีกับระเบิดจากที่กำลังสนใจเรื่องสแกมเมอร์มุ่งที่จะเข้าไปทำลายผลประโยชน์มหาศาลของกัมพูชา ถ้าทำลายจริงเสียหายแน่นอน แต่พอเป็นเรื่องระเบิด ประเด็นเปลี่ยนทันที 2.ขอแสดงความเสียใจต่อผู้สูญเสียทุกคนไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเลย และรู้สึกผิดหวังที่รัฐบาลไม่ได้ลงทุนในการรับมือบริเวณชายแดนอย่างเพียงพอ รัฐบาลควรจะอนุมัติงบกลางที่มากกว่านี้ เมื่อมาถึงจุดนี้ถ้ากัมพูชาต้องการเบี่ยงประเด็นและเราก็งับในสิ่งที่เขาต้องการเบี่ยงประเด็น คำถามคือกัมพูชาได้ประโยชน์หรือไม่ ตอนที่ไปตกลงสันติภาพกันที่ประเทศมาเลเซียนที่มี 2 เรื่องคือแรร์เอิร์ธ กับเรื่องสันติภาพ เรื่องแร่แรร์เอิร์ธวิพากษ์วิจารณ์กันเต็มที่ไม่เหมาะสม แต่เรื่องสันติภาพต้องตั้งคำถามว่าไทยได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์มากกว่ากัน สำหรับตนมันไม่ได้เพอร์เฟก แต่เรื่องสแกมเมอร์ควรจะมีความคืบหน้าและเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ไทยควรจะเอาจริงเอาจัง แต่อย่างน้อยพอดี พอแช่แข็งเรื่องข้อตกสันติภาพ แต่เรื่องปราบสแกมเมอร์ที่มีข้อตกลงร่วมกันยุติทันที เพราะข้อตกลงนี้ฝ่ายกัมพูชาเสียเปรียบเราเขาก็อยากยกเลิกอยู่แล้ว ดังนั้นถ้าเรายกเลิกทันทีโดยไม่ได้เตรียมแผน 2-3 ไม่มีมาตรการรองรับ กัมพูชาและสมเด็จฮุนเซนได้หรือไม่ 3.กระทรวงการต่างประเทศพยายามที่จะสื่อสารเรื่องนี้กับทั่วโลก แต่การสื่อสารไปไม่ใช่ว่าทั่วโลกจะเข้าใจเราทันที หมายความว่าจากเดิมที่โลกกำลังล้อมกัมพูชาเรื่องสแกมเมอร์ ประเทศไทยกำลังจะเพื่อนไปรุมสกรัมกัมพูชา กลายเป็นว่าเมื่อมีเรื่องนี้เกิดขึ้นโลกจะหันมาล้อมประเทศไทยแทนหรือไม่
“ซึ่งเรื่องนี้ถ้าไม่คิดละเอียดรอบคอบจะกลายเป็นว่าประเทศไทยอาจจะไม่ได้ปฏิบัติอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ประเทศไทยอย่างแท้จริง เพราะเรื่องสแกมเมอร์กัมพูชาก็ไม่อยากปราบ ส่วนฝ่ายไทยปราบมาแล้วก็เจอตอ มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง รัฐบาลอนุทินไม่อยากแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างแท้จริง หรือต้องการเรื่องนี้มาเบี่ยงประเด็นมีคนสมประโยชน์ทั้งสองฝ่าย นายอนุทินกำลังทำหน้าที่บนพื้นฐานของการรักษาผลประโยชน์ประเทศจริงๆหรือไม่ หรือเป็นผลประโยชน์ของตัวเองที่หวังจะใช้โอกาสนี้เพื่อปูทางไปสู่การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น โดยไม่สนใจว่าประเทศไทยจะมีศัตรูเพิ่มเป็นใครบ้าง โดยไม่สนใจว่าทุนสีเทาจะถูกแก้หรือไม่ และไม่ได้สนใจว่าสิ่งที่ทำเหล่านี้จะนำไปสู่การสร้างความสมหวังให้กับสมเด็จฮุนเซน ให้กับฝ่ายกัมพูชาหรือไม่ คิดให้ดี สิ่งที่เราเจอไม่ใช่แค่ปัญหาชายแดน ปัญหาชายแดนต้องทำให้ดีกว่านี้ตนเห็นด้วย แต่สิ่งที่เราเจอมันคือ "สงครามรูปแบบผสม" (hybrid warfare) ที่มีการใช้ทั้งข่าวสาร การใช้อาวุธ และอุปกรณ์ทางไซเบอร์ เขามีนักรบไซเบอร์ก่อกรรมทำเข่นในการหลอกลวงคนทั่วโลก พร้อมใช้เครื่องมือนี้โจมตีไทย เราพร้อมหรือยัง ถ้าเรายังไส้ศึกอยู่ในประเทศที่มีทุนสีเทา มีข้าราชการที่ขายวิญญาณให้กับพวกนี้ และเราไม่แก้เรื่องนี้เลย สิ่งที่เราได้เห็นคือการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นเงินสีเทาจะไหลเข้ามาสู่พรรคการเมืองที่จะใช้ซื้อเสียงมหาศาลที่จะเกิดขึ้น เรื่องนี้กำลังมีคนสะแยะยิ้มกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น มีคนยิ้มกลิ่มได้ประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ได้ประโยชน์บนพื้นฐานการสูญเสียของขาทหารของพวกเรา บนพื้นฐานที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนตามแนวชายแดนอีกจำนวนมาก ผมไม่รู้ว่าสถานการณ์จะบานปลายไปแค่ไหน จะรบกันกี่วันจะมีบางชาติเข้ามาแทรกแซง แต่วันนี้ผมรู้เขากำลังประสบความสำเร็จในการเบี่ยงเบนประเด็นไปแล้ว เป็นเรื่องอันตรายมาก ถ้าเราจัดการไม่ดีผลประโยชน์ของชาติจะกลายเป็นผลประโยชน์ของคนบางคนเท่านั้น”นายรังสิมันต์ กล่าว
เมื่อถามว่าแนวทางต่อไปที่รัฐบาลควรต้องทำหลังประกาศท่าทีแล้วคืออะไร นายรังสิมันต์ กล่าวว่า 1.ควรเปิดปฏิบัติการเชิงรุกให้มากขึ้น ออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ถ้าตรวจสอบกันดีๆอาจเจอเส้นเงินของสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา และหากยื่นไปที่อินเตอร์โพล จะทำให้กัมพูชาเกิดแผ่นดินไหว 10 ริกเตอร์ และ2.ต้องตัดแขนขาทุนสีเทา เขาคือไส้ศึกและทรยศต่อชาติ อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของสถานการณ์ชายแดนเห็นด้วยที่รัฐบาลจะต้องเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด และทั้งหมดเสริมด้วยเทคโนโลยีได้ เพราะกล้องจะเป็นตัวมอนิเตอร์ เราจะมีหลักฐานเพื่อส่งต่อไปยังประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ รัฐบาลควรดึงประเทศอื่นๆ มากดดันกัมพูชา ให้โลกล้อมกัมพูชา ภาระการพิสูจน์การวางกับดักระเบิด ทุ่นระเบิด ไม่ใช่อยู่ที่ไทย แต่อยู่ที่ประเทศกัมพูชาที่ต้องเป็นผู้พิสูจน์
“สังเกตหรือไม่ว่าเขาพร้อมมาก เขามาทุกชั่วโมง เพราะเขารู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่อย่าให้กับดักลูกที่สอง รัฐบาลเราเป็นคนเหยียบ ไม่เช่นนั้นจะเสียหายจริงๆ” นายรังสิมันต์ กล่าว








