วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา อยู่ระหว่างการปฏิบัติภารกิจที่ประเทศฮังการี กล่าวถึงการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เรื่องการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ มี 2 เงื่อนไข คือ รัฐบาลต้องประสานมายังรัฐสภา และร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม ต้องพิจารณาให้จบในชั้นกรรมาธิการวิสามัญฯ แต่ส่วนตัวเกรงว่าคณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณาเสร็จไม่ทันกลางเดือนนี้ แต่ตามที่คาดการณ์ น่าจะเป็นช่วงปลายเดือนนี้หรือต้นเดือนธ.ค.
ประธานรัฐสภา กล่าวต่อว่า หากมีการเปิดการประชุมในช่วงนี้อาจจะมีปัญหาในเรื่ององค์ประชุม เพราะกรรมาธิการที่เป็น สส. บางส่วนส่วนเดินทางไปราชการต่างประเทศ ขณะเดียวกันเมื่อการพิจารณาวาระที่สอง เสร็จสิ้นจำเป็นต้องรอ15 วัน เพื่อลงมติวาระที่ 3 แต่ทั้งนี้กระบวนการในวาระที่ 2 ควรเสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนพ.ย.นี้ และเมื่อมีการเปิดสมัยประชุมก็จะทันลงมติในวาระที่ 3 ทั้งนี้ กระบวนการทั้งหมด น่าจะเสร็จสิ้นก่อนปีใหม่
“อย่างน้อยที่สุด ผมอยากให้สภาฯ ชุดนี้ ผ่านการพิจารณารัฐธรรมนูญในวาระที่ 3 เพื่อไปทำประชามติในการเลือกตั้งสส. แต่สิ่งสำคัญที่สุด รัฐธรรมนูญจะผ่านการพิจารณาจากสภาได้หรือไม่ เป็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการฯ จะต้องมีการพูดคุยกัน ทั้งในรอบและนอกรอบ” นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่าหากมีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในช่วงนี้ อาจมีการตัดสินใจยุบสภาประธานรัฐสภา กล่าวว่า อำนาจการยุบสภาเป็นของนายกฯ ซึ่งสามารถทำได้ตลอดเวลา ยกเว้นกรณีที่มีบรรจุญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเข้าสู่วาระการประชุมแล้ว แต่กระบวนการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ญัตติอาจไม่สมบูรณ์ก็ได้ เช่นมี สส.ลงชื่อไม่ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด แม้ฝ่ายค้านจะยื่นญัตติต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว นายกฯก็ยังยุบสภาได้ จนกว่าจะมีการบรรจุญัตติในวาระการประชุมสภา ส่วนตัวมองว่า หากไม่มีประเด็นปัญหาที่จะต้องอภิปรายไม่ไว้วางใจ การอภิปรายก็จะไม่มีน้ำหนักเพียงพอ








