พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ เปิดใจถึงจุดยืนของพรรคในการผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสภาฯ ยืนยันต้องเป็นรูปแบบ 'จัดทำใหม่' เพื่อแก้ไขปัญหาอำนาจองค์กรอิสระ ส.ว. ที่มีมากเกินไป และความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรงบประมาณที่พบว่า คนใน กทม. ไม่ถึง 10% ได้งบประมาณไปเกือบ 80% ขณะเดียวกันเผย สภาฯ เตรียมเร่งถกรายงาน 'ก.มธ. สันติภาพใต้' ที่รวบรวมเสียง 'คนรู้ดี' เพื่อใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหา 20 ปี ที่ต้องใช้ 'การเมือง' และ 'นักสร้างสันติภาพ' นำทาง
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ, สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษถึงประเด็นทางการเมืองสำคัญ ทั้งการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการแก้ปัญหาชายแดนใต้ โดยมีใจความสำคัญ พร้อม ได้กล่าวถึงการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 โดยย้ำว่าจุดยืนของพรรคประชาชาติคือต้องเป็นรูปแบบ "จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่" ไม่ใช่การแก้ไขรายมาตรา เนื่องจากรัฐธรรมนูญปัจจุบันมีปัญหาเชิงโครงสร้าง มีบางอย่างที่มากเกินไป เช่น อำนาจของ องค์กรอิสระ หรือ ส.ว. ขณะที่อำนาจของ ประชาชน ในการเลือก ส.ส. และจัดตั้งรัฐบาลกลับ น้อยเกินไป จนอาจถูกปลดเมื่อไหร่ก็ได้และ มีบางอย่างที่ ไม่มีเลย เช่น กลไกตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ, การปฏิรูปศาลอัยการ, และการตรวจสอบทหาร ซึ่งทำให้คนกลุ่มนี้ใช้งบประมาณไปมาก
รัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้เกิดการ "แย่งชิงงบประมาณ" โดยคนในส่วนกลาง (กทม.) ไม่ถึง 10% ได้งบประมาณเกือบ 80% ส่วน 60 จังหวัด (60 ล้านคน) ได้ไปเพียง 20% และองค์กรท้องถิ่นเหลือแค่ 8% "การแก้ไขรายมาตราคงยาก ควรจะจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่" และจะมีการ ทำประชามติถึง 3 ครั้ง โดยมีเป้าหมายคือ "ส่งมอบมรดกใหม่ๆ ที่ดี" สู่สังคมไทยและสังคมโลก
พ.ต.อ.ทวี ย้ำถึงหลักการแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ว่า ปัญหาหลักไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจหรือยาเสพติด แต่ต้องการ "นักสร้างสันติภาพ" ไม่ใช่นักความมั่นคงหรือนักกฎหมาย
พ.ต.อ.ทวี เรียกร้องประชาชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สนับสนุนการพูดคุยสันติสุข และใช้ช่วงเวลาการเลือกตั้งแสดงบทบาททางการเมืองเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน โดยหวังว่ารัฐบาลจะนำรายงานของ ก.มธ. สันติภาพฯ ไปดำเนินการต่อ เพราะพรรคในรัฐบาลก็เป็นกรรมาธิการด้วย และเรื่องนี้ "มันไม่มีการเมือง" มีแต่ความห่วงใยของทุกฝ่าย








