อบจ.นนทบุรีแถลงโต้ปมเงิน 11 ล้านบาท หลัง “ฉลอง เรี่ยวแรง” กล่าวถึงเงินกู้ ยืนยันไม่เคยทราบว่า “ธงชัย เย็นประเสริฐ” กู้เงิน พร้อมตั้งคำถามหลักฐานการโอนและการทวงหนี้ ขอความเป็นธรรมให้ผู้เสียชีวิต
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 ส.ค.69 ที่ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี นายภคิน วรวรรณปรีชา ประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี พร้อมด้วยรองประธานสภา สมาชิกสภา อบจ.นนทบุรี และนายเฉลิมพล นิยมสินธุ์ อดีตประธานสภา อบจ.นนทบุรี รวมทั้งผู้เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและเรียกร้องความเป็นธรรม เกียรติยศ และศักดิ์ศรีให้กับ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุถูกนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส. ยิง โดยเฉพาะประเด็นเงินจำนวน 11 ล้านบาท ที่นายฉลองให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนภายหลังเกิดเหตุ
นายเฉลิมพล กล่าวว่า สาเหตุที่ต้องออกมาแถลงข่าว เนื่องจากสมาชิกสภา อบจ.นนทบุรี รวมถึงบุคลากรที่ทำงานใกล้ชิดกับ พ.ต.อ.ธงชัย รู้สึกไม่สบายใจต่อข้อมูลที่ปรากฏในสื่อ ซึ่งอาจทำให้สังคมเข้าใจว่า พ.ต.อ.ธงชัย เป็นฝ่ายกู้ยืมเงินจากนายฉลอง จำนวน 11 ล้านบาท จึงต้องการนำข้อมูลที่มีมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนและประชาชน เพื่อทวงคืนความเป็นธรรมให้กับผู้เสียชีวิต
นายเฉลิมพล ระบุว่า จากการตรวจสอบและถอดข้อความบทสัมภาษณ์ของนายฉลองที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน พบว่ามีการพูดถึงเงินจำนวน 6 ล้านบาท 15 ล้านบาท และ 11 ล้านบาท รวมถึงประเด็นการจ่ายเงินเพื่อสละสิทธิ์ไม่ลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยเฉพาะกรณีที่นายฉลองกล่าวถึงการพูดคุยกับนายณรงค์ และระบุว่าเป็นเรื่องของเงินที่เกี่ยวข้องกับการสละสิทธิ์ลงสมัครรับเลือกตั้งในปี 2552
จึงตั้งข้อสังเกตว่า หากเป็นการพูดคุยเรื่องการสละสิทธิ์ทางการเมืองหรือการเลือกตั้งจริง ประเด็นดังกล่าวอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทวงเงินกู้จำนวน 11 ล้านบาทแต่อย่างใด และหากมีการกู้ยืมเงิน 11 ล้านบาทจริง ก็ควรมีรายละเอียดที่สามารถตรวจสอบได้ว่า กู้กันเมื่อใด จำนวนเท่าใด มีการโอนเงินหรือไม่ นำเงินไปใช้ทำอะไร และมีกำหนดชำระคืนอย่างไร เพราะเงินจำนวน 11 ล้านบาทไม่ใช่เงินจำนวนเล็กน้อยที่จะสามารถกล่าวอ้างกันลอย ๆ ได้
นายเฉลิมพล ยังเปิดเผยข้อมูลเปรียบเทียบเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สินที่ทั้งสองฝ่ายเคยยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยระบุว่า บัญชีทรัพย์สินของนายฉลองที่ยื่นไว้เมื่อปี 2554 พบว่ามีเงินสดและเงินในบัญชีรวมกันไม่ถึง 200,000 บาท ขณะที่บัญชีทรัพย์สินของ พ.ต.อ.ธงชัย ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ล่าสุดในปี 2568 มีเงินฝากมากกว่า 300 ล้านบาท
จึงตั้งคำถามต่อสังคมว่า จากข้อเท็จจริงเกี่ยวกับฐานะทางการเงินที่ปรากฏในบัญชีทรัพย์สิน ใครมีแนวโน้มที่จะเป็นฝ่ายกู้เงินจากใคร พร้อมย้ำว่าการนำข้อมูลดังกล่าวมาเปรียบเทียบไม่ได้มีเจตนาใส่ร้ายนายฉลอง แต่ต้องการชี้แจงประเด็นที่ถูกกล่าวถึงและทวงคืนความเป็นธรรมให้กับ พ.ต.อ.ธงชัย
นายเฉลิมพล กล่าวต่อว่า ตนเองทำงานและอยู่ใกล้ชิดกับ พ.ต.อ.ธงชัย มานานประมาณ 20 ปี แต่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินว่า พ.ต.อ.ธงชัย เคยไปกู้ยืมเงินจากนายฉลองจำนวน 11 ล้านบาท และไม่เคยเห็นว่ามีการทวงถามเงินจำนวนดังกล่าว หากมีการกู้เงินจริง เหตุใดจึงไม่เคยมีการพูดถึงหรือทวงถามมาตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปี และเพิ่งมาปรากฏประเด็นเรื่องเงินกู้หลังเกิดเหตุยิง
ในทางกลับกัน กลุ่มผู้แถลงระบุว่า ทราบว่าที่ผ่านมา พ.ต.อ.ธงชัย เคยให้ความช่วยเหลือนายฉลองหลายครั้ง ทั้งเรื่องการเงิน การรักษาอาการเจ็บป่วย และเรื่องธุรกิจ โดยในช่วงที่ทั้งสองยังมีความสัมพันธ์เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน พ.ต.อ.ธงชัยให้การสนับสนุนและช่วยเหลือนายฉลองมาโดยตลอด รวมถึงยังเคยให้ความช่วยเหลือครอบครัวของนายฉลอง โดยมีบุคคลที่สามารถยืนยันเรื่องดังกล่าวได้
นางสาววิภาวัล กล่าวถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายว่า เดิม พ.ต.อ.ธงชัย และนายฉลอง มีความสัมพันธ์ในลักษณะเพื่อนที่ดีต่อกัน โดยนายฉลอง เคยกล่าวอ้างว่าเคยช่วยเหลือ พ.ต.อ.ธงชัย ให้เข้ารับราชการตำรวจ ขณะเดียวกันหลังจากนั้น พ.ต.อ.ธงชัย ก็มีการตอบแทนและให้ความช่วยเหลือนายฉลองมาโดยตลอด รวมถึงการให้น้องชายของนายฉลองเข้ามาดำรงตำแหน่งรองนายก อบจ.นนทบุรี เป็นเวลานาน
ต่อมาเมื่อนายฉลอง ตัดสินใจลงสมัครนายก อบจ. แข่งขันกับฝ่ายของ พ.ต.อ.ธงชัย เมื่อประมาณปี 2559 ความสัมพันธ์อาจมีความไม่เข้าใจกันบ้าง แต่ก็ยังมีการช่วยเหลือกันอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาอาการป่วยของนายฉลอง รวมถึงการช่วยเหลือด้านการเงินและธุรกิจ
นางสาววิภาวัล ยังระบุว่า ที่ผ่านมา นายฉลอง เคยเดินทางมาที่ อบจ.นนทบุรี และไปพบ พ.ต.อ.ธงชัย ที่บ้านหลายครั้ง เพื่อขอความช่วยเหลือด้านการเงิน โดยบางครั้งได้รับความช่วยเหลือและบางครั้งไม่ได้รับ ซึ่งเป็นเรื่องที่คนใกล้ชิดรับรู้ จึงมีข้อสังเกตว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอาจเป็นปัญหาที่สะสมมาเป็นเวลานาน และอาจเกี่ยวข้องกับความต้องการด้านการเงินของนายฉลอง
สำหรับประเด็นเงิน 11 ล้านบาท นายเฉลิมพล ระบุว่า ข้อมูลอีกส่วนที่ได้รับทราบ อาจเกี่ยวข้องกับเงินที่มีการรวบรวมก่อนการเลือกตั้งนายก อบจ. เมื่อปี 2547 โดยอดีตนายก อบจ. และกลุ่มสมาชิกสภาในขณะนั้นอาจมีการรวบรวมเงินเพื่อสนับสนุนการเลือกตั้ง อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ทราบข้อเท็จจริงว่าเงินจำนวนดังกล่าวถูกนำไปให้ พ.ต.อ.ธงชัย หรือไม่ และ พ.ต.อ.ธงชัย ไม่ได้เป็นผู้สนับสนุนหรือเกี่ยวข้องกับการนำเงินดังกล่าวมาใช้ในลักษณะที่ถูกกล่าวอ้าง
พร้อมกันนี้ยังระบุว่า ในช่วงที่ พ.ต.อ.ธงชัย ดำรงตำแหน่งนายก อบจ. เคยปฏิเสธเงินสนับสนุนจากบุคคลภายนอกหลายครั้ง เนื่องจากไม่ต้องการให้เกิดบุญคุณหรือภาระผูกพันทางการเมือง
ส่วนเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุยิง กลุ่มผู้แถลงระบุว่า จากข้อมูลที่ได้รับทราบ นายฉลองเคยเดินทางไปพบ พ.ต.อ.ธงชัย หลายครั้ง ทั้งที่ศาลากลางจังหวัดและบ้านพัก และมีการพูดคุยหรือถกเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เป็นระยะ โดย พ.ต.อ.ธงชัย ยังคงให้ความช่วยเหลือตามโอกาส บางครั้งช่วยเหลือได้และบางครั้งไม่สามารถช่วยเหลือได้
จึงมีข้อสันนิษฐานว่า ก่อนเกิดเหตุอาจมีการเข้ามาขอความช่วยเหลือด้านการเงิน แต่ครั้งนั้นอาจไม่ได้รับการช่วยเหลือ จนเกิดการโต้เถียงและนำไปสู่เหตุการณ์รุนแรง อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวเป็นเพียงข้อสันนิษฐานของฝ่าย อบจ. และยังต้องรอผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริง
นางสาววิภาวัล ยังกล่าวถึงกรณีที่นายฉลองอ้างว่าคนขับรถของ พ.ต.อ.ธงชัย เป็นฝ่ายจะใช้อาวุธปืนก่อน โดยระบุว่า จากข้อมูลที่ทราบ เจ้าหน้าที่ตำรวจพบอาวุธปืน 2 กระบอกอยู่ภายในรถที่เกิดเหตุ และยังอยู่ในซอง ไม่ได้ขึ้นลำกล้อง ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดทำให้เห็นเหตุการณ์บางส่วน จึงมองว่าคำกล่าวอ้างดังกล่าวเป็นข้อมูลจากฝ่ายนายฉลอง และควรรอผลการตรวจสอบพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างเป็นทางการ
สำหรับประเด็นการรักษาความปลอดภัย นายภคิน กล่าวว่า โดยปกติพื้นที่ อบจ.นนทบุรี ไม่ได้มีเหตุการณ์ความรุนแรง และเจ้าหน้าที่ไม่ได้มีการพกพาอาวุธปืนเข้ามาปฏิบัติงาน เนื่องจากเมืองนนท์อยู่กันในลักษณะพี่น้องและไม่เคยคาดคิดว่าจะเกิดเหตุรุนแรงในสถานที่ราชการ
จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบการครอบครองและการพกพาอาวุธปืน รวมถึงการนำอาวุธเข้ามาในสถานที่ราชการ โรงเรียน และพื้นที่สาธารณะ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน
นายภคิน ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองท้องถิ่นในจังหวัดนนทบุรีว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีปัญหาการเมืองท้องถิ่นที่รุนแรง และไม่ได้มีลักษณะของ “บ้านใหญ่” ที่สร้างความขัดแย้งในพื้นที่ โดยทุกฝ่ายยังสามารถพูดคุยและประสานงานกันได้ ขณะที่ พ.ต.อ.ธงชัย เองก็เป็นผู้ที่โทรศัพท์พูดคุยกับแต่ละฝ่ายอยู่ตลอด และทำงานร่วมกับทุกฝ่ายโดยไม่เคยมีเหตุรุนแรง
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่านายฉลองอาจสูญเสียความนิยมทางการเมืองในช่วงหลัง นายภคิน ระบุว่า นายฉลองไม่ได้ลงเลือกตั้งในช่วงหลัง และมีการเปลี่ยนพรรคการเมืองมาโดยตลอด ทำให้ได้รับคะแนนเสียงไม่มากนักและความเชื่อมั่นจากประชาชนลดลงพอสมควร อย่างไรก็ตาม เรื่องที่นายฉลองอาจรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับการยอมรับหรือไม่มีใครเห็นความสำคัญนั้น เป็นความรู้สึกส่วนตัวของนายฉลองเอง เพราะบุคคลอื่นไม่ได้มองเช่นนั้น
สำหรับการเดินหน้าของกลุ่ม “ผึ้งหลวง” นายภคิน กล่าวว่า ขณะนี้มีการวางตัวบุคคลไว้แล้ว 2 คน เพื่อเข้ามาประสานงานและสานต่อนโยบายของ พ.ต.อ.ธงชัย โดยจะเดินหน้านโยบายที่วางไว้เพื่อประโยชน์ของประชาชนในจังหวัดนนทบุรี ขณะที่ปัจจุบันปลัด อบจ.นนทบุรี เป็นผู้รักษาราชการแทน เนื่องจากรองนายกฯ พ้นจากตำแหน่งไปพร้อมกับนายกฯ ส่วนการดำเนินงานและการพิจารณางบประมาณยังคงเดินหน้าตามปกติ
ขณะเดียวกัน สมาชิก อบจ.นนทบุรี ระบุว่า แม้ทุกคนยังอยู่ในภาวะเสียใจจากการสูญเสีย พ.ต.อ.ธงชัย แต่การทำงานเพื่อประชาชนยังต้องเดินหน้าต่อ โดยเฉพาะการดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง และเตรียมเดินทางไปเยี่ยมเด็กนักเรียนและครูที่ได้รับบาดเจ็บ เพื่อให้กำลังใจและติดตามการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยถึงการทำงานของ พ.ต.อ.ธงชัย ตลอดระยะเวลาประมาณ 20 ปีที่ผ่านมา โดยระบุว่า พ.ต.อ.ธงชัย ไม่เคยรับเงินเดือนในส่วนของตำแหน่งนายก อบจ. และไม่เคยเบิกใช้รถประจำตำแหน่งหรือเบิกค่าน้ำมันจากทางราชการ โดยนำเงินเดือนในส่วนของตนเองไปมอบเป็นทุนการศึกษาให้กับโรงเรียนและนักเรียน นักศึกษาในจังหวัดนนทบุรีมาโดยตลอด ส่วนรายได้ส่วนตัวของ พ.ต.อ.ธงชัย มาจากการทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการขายบ้านจัดสรร ซึ่งดำเนินการมาก่อนเข้าสู่การเมือง
นายเฉลิมพล ย้ำในช่วงท้ายว่า การแถลงข่าวครั้งนี้ไม่ได้ต้องการสร้างความขัดแย้งหรือกล่าวหาใคร แต่ต้องการให้สังคมได้รับทราบข้อมูลอีกด้าน และขอทวงคืนความเป็นธรรม เกียรติยศ และศักดิ์ศรีให้กับ พ.ต.อ.ธงชัย หลังจากมีการนำประเด็นเงิน 11 ล้านบาทมาเชื่อมโยงกับผู้เสียชีวิต โดยขอให้สังคมพิจารณาข้อมูลและหลักฐานอย่างรอบด้าน และปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้พิสูจน์ข้อเท็จจริง
ภายหลังการแถลงข่าว บรรยากาศบริเวณลานจอดรถภายในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ สมาชิก อบจ.นนทบุรี และเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันไว้อาลัย พร้อมนำดอกไม้และพวงมาลัยไปวางบริเวณจุดที่ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี ถูกยิงเสียชีวิต โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า ทุกคนร่วมกันกล่าวคำไว้อาลัยและรำลึกถึงการทำงานของนายก อบจ.นนทบุรี ผู้ล่วงลับ








