หากพูดถึงสมรภูมิการเมืองจังหวัดนนทบุรี ภาพจำระดับชาติในระยะหลังอาจเป็นกระแส "สีส้ม" ที่กวาดที่นั่ง สส. เรียบทั้งจังหวัด แต่เมื่อมองลึกลงไปถึงการเมืองระดับท้องถิ่น พื้นที่แห่งนี้กลับถูกปกครองด้วยฐานอำนาจที่แข็งแกร่งดุจป้อมปราการของ "กลุ่มผึ้งหลวง" กลุ่มการเมืองที่ผูกขาดเก้าอี้นายก อบจ. มายาวนานกว่า 20 ปี
1. จากนายตำรวจนักประสาน สู่ผู้ก่อตั้ง “กลุ่มผึ้งหลวง”
ตำนานของกลุ่มผึ้งหลวงเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2547 เมื่อ “พ.ต.อ. ธงชัย เย็นประเสริฐ” อดีตนายตำรวจที่เคยดำรงตำแหน่งสำคัญในพื้นที่ เช่น รองผู้กำกับการ สภ.เมืองนนทบุรี, ผู้กำกับการ สภ.บางบัวทอง และ สภ.ปากเกร็ด ตัดสินใจถอดเครื่องแบบก่อนเกษียณอายุ เพื่อกระโจนเข้าสู่สนามการเมืองท้องถิ่น
ด้วยเครือข่ายและสายสัมพันธ์ที่สั่งสมมาจากการเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เขาได้รวบรวมผู้นำชุมชนและนักการเมืองท้องถิ่นก่อตั้ง "กลุ่มผึ้งหลวง" ขึ้น และสามารถโค่นล้มแชมป์เก่ากลุ่มบ้านใหญ่เดิมลงได้อย่างราบคาบในการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นในปี 2547
หลังจากชัยชนะครั้งนั้น กลุ่มผึ้งหลวงภายใต้การนำของ พ.ต.อ. ธงชัย ก็สยายปีกครองอำนาจเก้าอี้นายก อบจ. นนทบุรี ต่อเนื่องมาถึง 5 สมัย โดยชัยชนะครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2568 ซึ่ง พ.ต.อ. ธงชัย สามารถต้านทานกระแสการเมืองระดับชาติ เอาชนะผู้สมัครจากพรรคประชาชนไปได้อย่างเด็ดขาดด้วยคะแนนเสียงกว่า 2.1 แสนคะแนน
2. ยุทธศาสตร์ "คนของทุกพรรค" และการยึดครองระดับฐานราก
สิ่งที่น่าขบคิดคือ ทำไมกลุ่มผึ้งหลวงถึงอยู่รอดและเติบโตได้ท่ามกลางความผันผวนของการเมืองระดับชาติ ?
คำตอบอยู่ที่บุคลิกและยุทธศาสตร์ทางการเมืองของ พ.ต.อ. ธงชัย ที่เป็น "สายประสาน" มากกว่า "สายปะทะ" กลุ่มผึ้งหลวงเลือกที่จะไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรคการเมืองระดับชาติ ทำให้พวกเขาสามารถทำงานร่วมกับรัฐบาลได้ทุกขั้วอำนาจ
นอกจากความประนีประนอมแล้ว เคล็ดลับความสำเร็จคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเมืองที่แน่นหนา กลุ่มผึ้งหลวงส่งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ลงยึดพื้นที่ และสามารถกวาดที่นั่งได้เกือบครบทั้ง 36 เขตเลือกตั้ง ทำให้การบริหารงานมีเอกภาพสูงสุด
พวกเขาควบคุมงบประมาณก้อนโตที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของชาวนนทบุรีโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นการดูแลโรงเรียนในสังกัด 36 แห่ง หรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) อีก 29 แห่ง
ผนวกกับภาพลักษณ์ส่วนตัวของ พ.ต.อ. ธงชัย ที่ประกาศว่าไม่เคยรับเงินเดือนราชการแต่นำไปเป็นทุนการศึกษาให้เด็กยากจน และปฏิเสธการใช้รถประจำตำแหน่ง ยิ่งทำให้ฐานความนิยมของกลุ่มแข็งแกร่งเกินกว่าที่อุดมการณ์การเมืองระดับชาติจะเจาะเข้าถึงได้ง่ายๆ
3. รอยร้าวระหว่าง พ.ต.อ. ธงชัย กับฉลอง และเหตุการณ์สุดสลด
ทว่า อำนาจที่ยืนยงมักมาพร้อมกับรอยร้าวที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง สัญญาณเตือนเริ่มขึ้นอย่างชัดเจนในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2563 เมื่อ “ฉลอง เรี่ยวแรง” อดีต สส. นนทบุรี 3 สมัย และอดีตเพื่อนรักผู้เคยเป็นกำลังสำคัญสนับสนุนกลุ่มผึ้งหลวง ตัดสินใจลงสมัครชิงเก้าอี้นายก อบจ. ในนาม "กลุ่มพลังนนท์" แข่งขันโดยตรงกับ พ.ต.อ. ธงชัย
โดยฉลองพ่ายแพ้ได้คะแนนมาเป็นอันดับ 3 และเหตุการณ์นั้นก็นำมาซึ่งการกระชับพื้นที่ ที่เริ่มโยกงบประมาณการพัฒนาออกจากเขตอิทธิพลของฉลอง พร้อมกับตัดท่อน้ำเลี้ยงกลุ่มผู้รับเหมา ที่เป็นสายตรงของอดีตเพื่อนรัก
ความขัดแย้งทางการเมืองที่สะสม ผสมปนเปกับปัญหาการทวงถามหนี้สินส่วนตัวจำนวน 11 ล้านบาท นำมาสู่เหตุการณ์สุดช็อกในวันที่ 10 สิงหาคม 2569 เมื่อฉลองใช้อาวุธปืนบุกยิง พ.ต.อ. ธงชัย จนเสียชีวิต ณ ลานจอดรถสำนักงาน อบจ. นนทบุรี
4. ทิศทางอนาคตของกลุ่มผึ้งหลวง
โศกนาฏกรรมครั้งนี้ทิ้งคำถามตัวโตไว้ให้กับการเมืองท้องถิ่นนนทบุรี การล่มสลายหรือความสั่นคลอนของ "ระบบบ้านใหญ่" อาจไม่ได้เกิดจากการพ่ายแพ้ต่อพรรคการเมืองคนรุ่นใหม่ที่คูหาเลือกตั้งเสมอไป แต่อาจเกิดจากความเปราะบางของระบบเครือข่ายอุปถัมภ์ที่ซับซ้อน เมื่อจุดสมดุลของการจัดสรรทรัพยากรพังทลายลง
ปัจจุบัน กลุ่มผึ้งหลวงตกอยู่ในสภาวะที่ไร้ซึ่ง "ผู้นำสูงสุด" อย่างกะทันหัน แม้เครือข่าย ส.อบจ. ในมือจะยังคงดำรงอยู่ แต่วันที่ไม่มีแม่ทัพใหญ่คอยประสานสิบทิศ เครือข่ายที่เคยเป็นป้อมปราการเหล็กนี้จะถูกหลอมรวมโดยกลุ่มการเมืองอื่น ? จะถูกพรรคการเมืองระดับชาติกลืนกิน ? หรือจะสามารถเร่งสร้างทายาททางการเมืองขึ้นมาสานต่อตำนาน "ผึ้งหลวง" ได้ทันเวลา ? นี่คือจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่สุด ที่ต้องจับตามอง !
บทความโดย ศราวุธ เอี่ยมเซี่ยม








