ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ เรียกประชุมด่วนหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ และตำรวจทั้งจังหวัด ผนึกกำลังสแกนพื้นที่หากพบ จนท.รัฐเกี่ยวข้องทุจริตสอบท้องถิ่น เอาผิดทั้งวินัย อาญาไม่ละเว้น พร้อมเปิดศูนย์ดำรงธรรมทุกอำเภอรับร้องเรียนจากผู้เสียหายถูกหลอกเรียกรับผลประโยชน์ ลั่นยังไม่พบร้องเรียนทุจริตสอบท้องถิ่นหรือมหาดไทย แต่มีการแจ้งความหลอกเรียกเงินกระทรวงอื่น อยู่ระหว่างดำเนินการของ ตร.
วันที่ 6 ก.ค.69 นายปิยะ ปิจนำ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้เรียกประชุมด่วนหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอทั้ง 23 อำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ทั้ง 34 สถานี เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่มีการร้องเรียนการทุจริตสอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) ที่กำลังเป็นข่าว พร้อมทั้งเน้นย้ำมาตรการป้องกันและตรวจสอบ รวมถึงการเปิดพื้นที่ศูนย์ดำรงธรรมทั้งอำเภอ จังหวัด รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหายที่ถูกเรียกรับเงิน หรือประชาชนที่ต้องการแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการกระทำทุจริต แต่หากประชาชน หรือผู้เสียหายรายใดไม่สะดวกที่จะเดินทางมาร้องด้วยตัวเอง ก็สามารถทำหนังสือส่งมาร้องเรียนได้ เพื่อจะได้เป็นข้อมูลเบาะแสนำไปสู่การตรวจสอบเอาผิดกับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการกระทำทุจริตต่อไป
ผู้ว่าราชการ จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ภายหลังที่นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาแถลงข่าว กรณีที่มีการตรวจพบการทุจริตสอบเข้ารับราชการพนักงานส่วนท้องถิ่น และได้มีข้อสั่งการมาให้ทุกจังหวัด กำหนดมาตรการที่จะดำเนินการจัดการในการแก้ไขปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นในครั้งนี้ ในส่วนของจังหวัดบุรีรัมย์ก็ได้มีการประชุมรองผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายอำเภอทั้ง 23 อำเภอ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร ทั้ง 34 สถานี เพื่อกำหนดมาตรการ และการดำเนินการจัดการแก้ไขปัญหา
โดยได้มีแนวทาง ดังนี้ คือ ให้นายอำเภอ และผู้กำกับการตำรวจ ทุกอำเภอ ร่วมกันสแกนพื้นที่ว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับ เข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการทุจริตสอบหรือไม่ หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนใดเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการทั้งวินัยและอาญาโดยไม่ละเว้น สำหรับกลุ่มที่สอง ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ไปแอบอ้างหรือหลอกลวงว่าจะช่วยเหลือผู้เข้าสอบให้สอบได้ โดยมีการเรียกรับผลประโยชน์ กลุ่มนี้หากตรวจพบก็จะให้นายอำเภอและ ผกก.ดำเนินคดีอาญา และกลุ่มที่สามคือ ผู้เสียหาย คือประชาชนที่ถูกหลอกลวงสูญเงินทองไป ก็สามารถร้องเรียนได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้ทุกแห่ง ซึ่งทางการจะปกปิดข้อมูลผู้แจ้งเป็นความลับ และจะให้การช่วยเหลือผู้เสียหายอย่างเต็มที่
จากข้อมูลของศูนย์ดำรงธรรมอำเภอทุกแห่ง ขณะนี้ยังได้รับรายงานว่า มีผู้มาร้องเรียนเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ในส่วนของตำรวจก็ไม่ยังมีมาแจ้งความดำเนินคดี ส่วนที่มีทนายคนหนึ่งออกมาให้ข้อมูลว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากนั้น ยังไม่พบ แต่ที่มีบุคคลไปแจ้งความร้องทุกข์บางโรงพักนั้น ไม่ใช่การสอบบรรจุในส่วนของกระทรวงมหาดไทย แต่เป็นการหลอกลวงสอบบรรจุของกระทรวงอื่น ตั้งแต่ปี 2564 – 2565 โดยมีการแอบอ้างเป็นนายหน้าไปเรียกรับเงิน มีผู้เสียหายไปแจ้งความกับตำรวจ ก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม แต่หากผู้ที่ถูกหลอกเรียกรับผลประโยชน์รายใด มาร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอ หรือจังหวัด จะถือว่าเป็นผู้เสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่จะปกปิดข้อมูล และจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามกระบวนการต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการจ.บุรีรัมย์ ยังได้เน้นย้ำว่า หากมีการตรวจพบหรือข้อมูลหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐคนใด ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำทุจริตสอบ ก็จะลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาโดยไม่มีการละเว้นเช่นกัน








