วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ เปิดเผยข้อมูลผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยชี้ให้เห็นการทำความเข้าใจบทบาทหน้าที่ของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือ ส.ก. ถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับชาวเมืองหลวงที่ต้องรู้ก่อนการตัดสินใจเลือกตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่
เนื่องจาก ส.ก. คือบุคคลที่มีส่วนสำคัญในการพิจารณางบประมาณของกรุงเทพมหานครที่มีมูลค่าสูงถึงกว่า 9 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งงบประมาณเหล่านี้มีที่มาสำคัญจากภาษีของประชาชนโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นภาษีที่ดิน ภาษีป้าย และรายได้อื่นๆ โดยขั้นตอนการเดินทางของภาษีนั้นจะเริ่มจากการจัดเก็บภาษีและรายได้ต่างๆ จากประชาชน ก่อนจะส่งต่อมายัง สภากรุงเทพมหานคร (สภา กทม.)
เพื่อให้เหล่า ส.ก. ทำหน้าที่พิจารณา ตรวจสอบความคุ้มค่า และอนุมัติงบประมาณ ก่อนที่เงินภาษีเหล่านั้นจะถูกกระจายไปสู่ปลายทางเพื่อพัฒนาท้องถิ่นในเขตต่างๆ ทั้งการจัดการถนน คลอง โรงเรียน และโรงพยาบาลในพื้นที่ดูแลของ กทม.
ทั้งนี้ต้องทำความเข้าใจว่า ส.ก. ไม่ใช่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และไม่ใช่คนขับเคลื่อนนโยบายโดยตรงเหมือนผู้ว่าฯ แต่คือผู้ที่มีส่วนสำคัญในการผลักดัน "ข้อบัญญัติ" ซึ่งมีผลบังคับใช้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แม้ผู้ว่าฯ กทม. จะมาจากต่างพรรคหรือต่างกลุ่ม ส.ก. ก็ยังคงทำหน้าที่คอยสนับสนุนหรือช่วยตรวจสอบถ่วงดุลเพื่อให้งานดำเนินไปได้อย่างไร้รอยต่อ
สำหรับอำนาจหน้าที่หลักของ ส.ก. ที่ส่งผลต่อการพัฒนาเมืองประกอบด้วย 4 ด้านสำคัญ ประการแรกคือการอนุมัติงบประมาณ โดยทำหน้าที่พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีซึ่งมีวงเงินเฉลี่ยสูงถึง 80,000 ถึง 90,000 ล้านบาท พร้อมตรวจสอบการนำงบประมาณไปใช้แก้ปัญหาในพื้นที่แต่ละเขตให้ตรงจุด เช่น การสร้างสถานพยาบาล การซ่อมถนน การขุดลอกคลอง หรือการเพิ่มแสงสว่างตามพื้นที่ต่างๆ
รวมถึงมีอำนาจในการตัดลดงบประมาณในส่วนที่พิจารณาแล้วว่าไม่คุ้มค่าหรือไม่เกิดประโยชน์ต่อประชาชน ประการต่อมาคืออำนาจในการออกกฎหมาย โดยการออกข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณากฎหมายท้องถิ่นที่ใช้บังคับในพื้นที่ กทม. เท่านั้น เพื่อควบคุมความเป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งเรื่องการจัดการขยะ การควบคุมอาคาร การจัดการที่จอดรถ และการดูแลสิ่งแวดล้อม รวมถึงการปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตคนเมืองในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ส.ก. ยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบฝ่ายบริหาร โดยสามารถตั้งกระทู้ถามผู้ว่าฯ หรือคณะผู้บริหารในที่ประชุมสภาฯ เพื่อซักถามประเด็นที่น่าสงสัย ตลอดจนการจัดตั้งคณะกรรมการเฉพาะรายกรณีเพื่อตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการต่างๆ และลงพื้นที่ติดตามผลการทำงานเพื่อให้มั่นใจว่าโครงการที่ได้รับงบประมาณไปนั้นมีการดำเนินงานที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพ
ประการสุดท้ายคือการทำหน้าที่เป็นตัวแทนสะท้อนปัญหาเสมือนเป็นปากเสียงของคนในพื้นที่สู่สภาใหญ่ โดยรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและทำหน้าที่เป็นตัวกลางสื่อสารระหว่างชาวบ้านกับกรุงเทพมหานคร พร้อมนำปัญหาความเดือดร้อนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาน้ำท่วม ปากซอยมืด หรือจุดทิ้งขยะอันตราย เข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ เพื่อหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน รวมถึงประสานงานกับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้เกิดการลงมือทำจริง
ดังนั้นความร่วมมือระหว่างผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฐานะ "คนทำงาน" และ ส.ก. ในฐานะ "คนตรวจสอบ" จึงเป็นกลไกสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้กรุงเทพมหานครน่าอยู่และตอบโจทย์คนเมืองได้อย่างยั่งยืน








