รายงานข่าวจากศาลาว่าการกรุงเทพมหานครระบุว่า ภายหลังจากการเข้าดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้มีการรายงานสถานะทางการเงินต่อสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) โดยในขณะนั้น กทม. มีเงินสะสมคงเหลือ ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 82,376,296,896.98 บาท
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดสำนักการคลัง (สนค.) ได้รายงานฐานะเงินสะสมประจำปีงบประมาณ 2569 พบว่ายอดเงินสะสมที่ปลอดภาระผูกพันเหลืออยู่ 5,499,846,019.06 บาท สาเหตุสำคัญที่ทำให้เงินสะสมลดลงอย่างมากเนื่องจาก กทม. ต้องดำเนินการชำระหนี้ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดในคดีแรก ซึ่งเป็นค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุง (O&M) โครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ให้แก่บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี (BTSC) เป็นจำนวนเงิน 14,549,503,800 บาท ซึ่งได้จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2567
นอกจากนี้ กทม. ยังมีภาระหนี้ในคดีที่ 2 ซึ่งเป็นค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่ยังคงค้างอยู่อีกจำนวน 32,625,106,200 บาท โดยรายละเอียดของหนี้ก้อนนี้ประกอบด้วย ค่าจ้าง O&M ส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2564 ถึงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2565 จำนวน 11,811 ล้านบาท, ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2565 ถึงธันวาคม 2567 จำนวน 17,596 ล้านบาท (แบ่งเป็นเงินต้น 15,762 ล้านบาท และดอกเบี้ย 1,833 ล้านบาท)
และช่วงวันที่ 1 มกราคม 2568 ถึงพฤษภาคม 2568 อีกจำนวน 3,697 ล้านบาท (แบ่งเป็นเงินต้น 3,650 ล้านบาท และดอกเบี้ย 46.78 ล้านบาท)
ขณะเดียวกันยังมีค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2568 ถึงกรกฎาคม 2569 สำหรับช่วงอ่อนนุช-แบริ่ง, วงเวียนใหญ่-บางหว้า, แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต อีกจำนวน 4,009,144,300 บาท ซึ่งผู้ว่าฯ กทม. ได้เสนอต่อสภากรุงเทพมหานครเพื่อขอความเห็นชอบจัดสรรงบประมาณรายจ่ายพิเศษจากเงินสะสมจ่ายขาดในการชำระหนี้เหล่านี้
ในอดีต กทม. ไม่สามารถชำระหนี้ให้แก่บีทีเอสได้เนื่องจากติดเงื่อนไขการเจรจาตามคำสั่ง คสช. มาตรา 44 ที่ 3/2562 เพื่อแลกกับภาระหนี้ แม้ในสมัยของ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อดีตผู้ว่าฯ กทม. จะเคยเสนอขออนุมัติใช้เงินสะสมต่อสภากทม. แต่ก็ไม่ได้รับความเห็นชอบเนื่องจากปัญหาข้อกฎหมายและกรรมสิทธิ์ในการเดินรถ จนนำไปสู่การฟ้องร้องต่อศาลปกครอง
กระทั่งศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2568 ให้ กทม. และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (เคที) ร่วมกันชำระหนี้ค่าจ้างเดินรถและซ่อมบำรุงส่วนต่อขยายที่ 1 และ 2 สำหรับช่วงเดือนมิถุนายน 2564 ถึงสิงหาคม 2568 ซึ่ง กทม. ได้ดำเนินการจ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2568
ทั้งนี้ นอกจากการจ่ายหนี้แล้ว กทม. ยังต้องกันเงินสะสมไว้เพื่อหักเงินเบิกเหลื่อมปี ภาระผูกพันตามกฎหมาย และสำรองกรณีจัดเก็บรายได้ไม่เพียงพอด้วย อย่างไรก็ตาม ภาระทางการเงินของ กทม. ยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากยังมีหนี้ค่าก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่รับโอนมาจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อีกมูลค่ากว่า 5.5 หมื่นล้านบาท








