สะเทือนนโยบายผู้อพยพ “โดนัลด์ ทรัมป์” ศาลกลางสหรัฐฯ สั่งคว่ำมาตรการระงับวีซ่าผู้อพยพจาก 75 ประเทศ รวมประเทศไทย ชี้นโยบายขัดต่อกฎหมายและ “มาร์โก รูบิโอ” รัฐมนตรีต่างประเทศใช้อำนาจเกินขอบเขต สั่งทบทวนคำปฏิเสธวีซ่าที่เกิดจากนโยบายดังกล่าว
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ผู้พิพากษาจีเน็ตต์ เอ. วาร์กัส (Jeannette A. Vargas) แห่งศาลแขวงสหรัฐฯ ประจำเขตใต้ของนิวยอร์ก มีคำพิพากษาคว่ำมาตรการของรัฐบาลประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระงับการออกวีซ่าผู้อพยพให้แก่พลเมืองจาก 75 ประเทศ โดยระบุว่านโยบายดังกล่าว “ขัดต่อกฎหมาย” และ มาร์โก รูบิโอ (Marco Rubio) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ใช้อำนาจเกินขอบเขตที่กฎหมายกำหนด
คำพิพากษาดังกล่าวถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อนโยบายปราบปรามและจำกัดการย้ายถิ่นฐานของรัฐบาลทรัมป์ โดยนโยบายระงับการออกวีซ่ามีผลตั้งแต่เดือนมกราคม 2569 และครอบคลุมประเทศต่าง ๆ รวมถึง ไทย อัฟกานิสถาน บราซิล อียิปต์ อิหร่าน อิรัก ไนจีเรีย โซมาเลีย และเยเมน เป็นต้น
ประเด็นสำคัญของคำพิพากษาคือ ศาลเห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถสั่งเจ้าหน้าที่กงสุลให้ปฏิเสธการออกวีซ่าแก่ผู้สมัครโดยพิจารณาจาก ประเทศต้นทางหรือสัญชาติของผู้สมัครเป็นหลัก โดยไม่ประเมินคุณสมบัติและสถานการณ์ของแต่ละบุคคลตามกรอบกฎหมาย
ผู้พิพากษาวาร์กัสระบุว่า มาตรการดังกล่าวขัดต่อกฎหมายคนเข้าเมืองของสหรัฐฯ และเป็นการจำกัดอำนาจของเจ้าหน้าที่กงสุลในการพิจารณาคำขอวีซ่าเป็นรายบุคคล
ศาลยังระบุด้วยว่า นโยบายดังกล่าวทำให้ผู้สมัครที่ผ่านคุณสมบัติและมีแนวโน้มพึ่งพาตนเองได้ อาจถูกปฏิเสธวีซ่าเพียงเพราะมาจากประเทศที่อยู่ในบัญชี 75 ประเทศ ซึ่งศาลเห็นว่าไม่สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ตามกฎหมายของสหรัฐฯ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ให้เหตุผลในการระงับกระบวนการออกวีซ่าว่า ต้องการป้องกันไม่ให้ผู้อพยพจากประเทศที่ถูกมองว่ามีความเสี่ยงเข้ามาพึ่งพาสวัสดิการและกลายเป็นภาระทางการเงินของภาครัฐ
อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าการกำหนดให้ปฏิเสธวีซ่าโดยอาศัยนโยบายดังกล่าว ไม่สามารถแทนที่กระบวนการประเมินคุณสมบัติของผู้สมัครเป็นรายบุคคลตามกฎหมายได้
คำพิพากษาของศาลมีผลให้มาตรการระงับวีซ่า 75 ประเทศถูกยกเลิก และคำปฏิเสธวีซ่าที่เกิดขึ้นจากนโยบายดังกล่าวถูกสั่งให้ทบทวนตามกระบวนการทางกฎหมายปกติ โดยเฉพาะกรณีที่ถูกปฏิเสธเพียงเพราะอยู่ในบัญชีประเทศที่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยังสามารถยื่นอุทธรณ์คำตัดสินดังกล่าวได้ ทำให้ประเด็นนี้ยังต้องจับตาความเคลื่อนไหวต่อไป
คำพิพากษาครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายทางกฎหมายต่อนโยบายด้านคนเข้าเมืองของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งหาเสียงด้วยนโยบายเข้มงวดต่อผู้อพยพไร้เอกสาร และหลังเข้ารับตำแหน่งได้ผลักดันมาตรการเร่งการเนรเทศและลดการข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง
การที่ศาลกลางสหรัฐฯ เข้ามาทบทวนและยกเลิกมาตรการระงับวีซ่าที่ครอบคลุมถึง 75 ประเทศ จึงถือเป็นความเคลื่อนไหวสำคัญที่อาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายคนเข้าเมืองของรัฐบาลสหรัฐฯ ในระยะต่อไป
#ทรัมป์ #DonaldTrump #Trump #วีซ่าสหรัฐ #วีซ่าอเมริกา #แบนวีซ่า #ยกเลิกแบนวีซ่า #วีซ่า75ประเทศ #ประเทศไทย #ThaiVisa #USVisa #America #สหรัฐอเมริกา #สหรัฐฯ #ศาลสหรัฐ #ศาลกลางสหรัฐ #ศาลนิวยอร์ก #JeannetteVargas #JeannetteAVargas #มาร์โกรูบิโอ #MarcoRubio #กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ #รัฐบาลทรัมป์ #นโยบายทรัมป์ #นโยบายคนเข้าเมือง #คนเข้าเมืองสหรัฐ #ผู้อพยพ #Immigration #USImmigration #ImmigrantVisa #VisaBan #VisaPolicy #TrumpImmigration #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวสหรัฐ #ข่าวอเมริกา #ข่าวต่างประเทศล่าสุด #ข่าววันนี้ #ข่าวด่วน #ข่าวล่าสุด #ข่าวเด่น #ข่าวร้อน #ประเด็นร้อน #การเมืองสหรัฐ #การเมืองอเมริกา #ศาลสหรัฐคว่ำคำสั่งทรัมป์ #ทรัมป์แพ้คดี #นโยบายผู้อพยพ #วีซ่าผู้อพยพ #ย้ายถิ่นฐาน #สิทธิผู้อพยพ #ไทยสหรัฐ #ThailandUSA








