สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคารที่ 18 สิงหาคม 2569 แตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 สัปดาห์ หลังอิหร่านแสดงท่าทีแข็งกร้าวและยืนยันว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดต่อไป ขณะที่สหรัฐฯ ปฏิเสธการขยายเวลาข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน ส่งผลให้ความหวังเกี่ยวกับการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติสงครามลดลง
สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 44 เซนต์ หรือ 0.52% ปิดที่ 84.94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนตุลาคม เพิ่มขึ้น 15 เซนต์ หรือ 0.17% ปิดที่ 91.02 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่านและหัวหน้าคณะเจรจาของอิหร่าน กล่าวว่า ช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดต่อไปจนกว่าสหรัฐฯ จะปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของอิหร่าน ซึ่งรวมถึงการยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน และการปลดอายัดทรัพย์สินของอิหร่านในต่างประเทศ
ท่าทีดังกล่าวมีขึ้นหลังเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านอาจปรับเปลี่ยนไปสู่ท่าทีทางการทหารแบบ “รุกเต็มรูปแบบ” หลังความพยายามในการบรรลุข้อตกลงยุติสงครามกับสหรัฐฯ อย่างถาวรหยุดชะงัก
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ยืนยันว่าจะไม่ขยายข้อตกลงหยุดยิงกับอิหร่าน พร้อมระบุว่า ขณะนี้สหรัฐฯ ไม่มีการเจรจากับอิหร่าน และการปิดล้อมทางทะเลยังคงมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่า ช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปิดและสามารถเดินเรือได้ตามปกติ โดยทุ่นระเบิดในทะเลทั้งหมดได้รับการเก็บกู้หรือทำลายแล้ว
สถานการณ์ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดใช้งานช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันของโลก ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนจับตา เนื่องจากความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันในตลาดโลกและหนุนราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวสูงขึ้น








