ราคาทองคำในตลาดโลกอ่อนตัวลงใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือน ในการซื้อขายวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 โดยมีแนวโน้มปิดไตรมาส 2 ด้วยผลงานที่ย่ำแย่ที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2556 ท่ามกลางแรงกดดันจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ และการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยภายในปีนี้
การแข็งค่าของดอลลาร์ส่งผลให้ทองคำมีราคาสูงขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือครองสกุลเงินอื่น ส่งผลให้ความน่าสนใจในการลงทุนทองคำลดลง
ราคาทองคำตลาดสปอตปรับตัวลดลง 2.37 ดอลลาร์ หรือ 0.06% มาอยู่ที่ระดับ 4,021.32 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ขณะที่สัญญาทองคำตลาดโคเม็กซ์ ส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 2.70 ดอลลาร์ หรือ 0.07% ปิดที่ระดับ 4,036.20 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ตลอดเดือนมิถุนายน ราคาทองคำร่วงลงมากกว่า 11% และมีแนวโน้มปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน
นอกจากนี้ ราคาทองคำยังมีแนวโน้มปิดไตรมาสในแดนลบเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2567 และอาจทำสถิติปรับตัวลงรายไตรมาสรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2556 ซึ่งในช่วงเวลาดังกล่าวราคาทองคำทรุดตัวถึง 23.31%
นับตั้งแต่ต้นปี 2569 ราคาทองคำปรับตัวลดลงประมาณ 7% และหากนับตั้งแต่ต้นไตรมาส 2 ราคาทองคำร่วงลงแล้วมากกว่า 13%
ปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำในขณะนี้ ได้แก่ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ และการคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ แม้ว่าทองคำจะถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แต่ภาวะอัตราดอกเบี้ยขาขึ้นมักส่งผลให้ต้นทุนการถือครองทองคำสูงขึ้น และกดดันให้ราคาปรับตัวลดลง
ขณะเดียวกัน นักลงทุนทั่วโลกยังจับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐประจำเดือนมิถุนายน ซึ่งมีกำหนดเปิดเผยในวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม โดยข้อมูลดังกล่าวถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อาจส่งผลต่อการตัดสินใจด้านนโยบายการเงินของเฟด
นักวิเคราะห์คาดว่า การจ้างงานนอกภาคเกษตรจะเพิ่มขึ้น 114,000 ตำแหน่งในเดือนมิถุนายน ลดลงจากระดับ 172,000 ตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม ขณะที่อัตราการว่างงานคาดว่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับ 4.3%
#ราคาทองคำ #ทองคำ #ราคาทองวันนี้ #ทองคำโลก #เฟด #ดอกเบี้ย #ดอลลาร์ #เศรษฐกิจสหรัฐ #ลงทุนทองคำ #ข่าวเศรษฐกิจ #ตลาดทองคำ #SEOข่าวเศรษฐกิจ








