ราคาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 1% ในวันอังคารที่ 21 กรกฎาคม โดยได้รับแรงหนุนจากความหวังว่าสหรัฐฯ และอิหร่านอาจกลับมาเปิดช่องทางเจรจาสันติภาพ ซึ่งอาจช่วยลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
นักลงทุนมองว่า หากสถานการณ์ความขัดแย้งคลี่คลายลง อาจช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และลดแรงกดดันที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเพื่อควบคุมการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้า
สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 60.50 ดอลลาร์ หรือปรับตัวขึ้น 1.51% ปิดที่ระดับ 4,076.40 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ปัจจัยหนุนราคาทองคำมาจากรายงานว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านเปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ประเทศตัวกลางระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ ได้เสนอให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงเป็นเวลา 10 วัน เพื่อเปิดทางสำหรับการเจรจาสันติภาพ
ขณะเดียวกัน เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ส่งสัญญาณว่าการเจรจากับสหรัฐฯ ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ หากเป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของชาติ พร้อมระบุว่า การทูตถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการดำเนินนโยบายเพื่อปกป้องผลประโยชน์แห่งชาติ เช่นเดียวกับการดำเนินการทางทหาร
ท่าทีดังกล่าวสะท้อนว่า อิหร่านยังเปิดโอกาสให้มีการเจรจาทางการทูต แม้ว่าสถานการณ์ด้านความมั่นคงในภูมิภาคยังคงมีความตึงเครียด
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของ เควิน วอร์ช ประธานเฟด ที่มีกำหนดในสัปดาห์หน้า เพื่อประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคต
ล่าสุด เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group ระบุว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 80.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมวันที่ 28-29 กรกฎาคม และให้น้ำหนัก 68% ว่าเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
นักวิเคราะห์จาก Commerzbank ระบุว่า แม้ระดับราคาทองคำที่ 4,000 ดอลลาร์ยังคงเป็นแนวรับทางจิตวิทยาที่แข็งแกร่ง แต่ความกังวลเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดอาจเป็นปัจจัยจำกัดการฟื้นตัวของราคาทองคำในระยะต่อไป
#ทองคำ #ราคาทองคำวันนี้ #ทองคำโลก #ราคาทองวันนี้ #ตลาดทองคำ #ทองนิวยอร์ก #เศรษฐกิจโลก #เฟด #อิหร่าน #สหรัฐอเมริกา #ราคาน้ำมัน #ราคาน้ำมันวันนี้ #ลงทุนทองคำ #ข่าวเศรษฐกิจ








