อินโดนีเซียเดินหน้ายกระดับมาตรการปกป้องการผลิตอาหารทั่วประเทศ เพื่อรับมือผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่คาดว่าจะทำให้เกิดภาวะภัยแล้งรุนแรง โดยทางการประเมินว่าเดือนสิงหาคมนี้จะเป็นช่วงที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุดของฤดูแล้ง
ซูวันดี เลขาธิการทั่วไปประจำกระทรวงเกษตรของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นในหลายภูมิภาค เพื่อจัดตั้งระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าและดำเนินมาตรการลดผลกระทบจากภัยแล้งอย่างเร่งด่วน
มาตรการดังกล่าวรวมถึงการซ่อมแซมระบบชลประทาน การจัดทำแผนที่แหล่งน้ำ การกระจายเครื่องสูบน้ำไปยังพื้นที่เสี่ยง และการดำเนินการดัดแปรสภาพอากาศเพื่อเพิ่มปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เป้าหมาย
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รัฐบาลอินโดนีเซียมีแผนติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อส่งน้ำเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมอีกประมาณ 1 ล้านเฮกตาร์ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม ส่งผลให้พื้นที่ชลประทานรวมทั่วประเทศเพิ่มขึ้นเป็นราว 3 ล้านเฮกตาร์
ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังส่งเสริมให้เกษตรกรใช้พันธุ์พืชที่ทนต่อภัยแล้ง ปรับตารางการเพาะปลูกให้เหมาะสม และเข้าร่วมโครงการประกันภัยพืชผล เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านการเกษตรในระยะยาว
นอกจากนี้ อินโดนีเซียยังเพิ่มระดับสต็อกข้าวสำรอง โดยองค์การโลจิสติกส์แห่งชาติ (บูล็อก) ถือครองปริมาณข้าวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.3 ล้านตัน เพื่อรองรับความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารในช่วงวิกฤต
#อินโดนีเซีย #เอลนีโญ #ภัยแล้ง #ความมั่นคงทางอาหาร #เกษตร #ข่าวต่างประเทศ #เศรษฐกิจโลก #ข้าว #ชลประทาน #สภาพอากาศ #ข่าวด่วน








