เมื่อวันที่ 12 มิ.ย. 69 กูเกิล (Google) ได้ยื่นฟ้องเครือข่ายอาชญากรรมทางไซเบอร์สัญชาติจีน หลังตรวจพบการนำระบบปัญญาประดิษฐ์ Gemini AI ไปใช้เป็นเครื่องมือในปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อ โดยมีการส่งข้อความสแปมมากกว่า 2 ล้านข้อความ พร้อมแนบลิงก์ปลอมไปยังผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ส่งผลให้มีผู้หลงเชื่อตกเป็นเหยื่อและสูญเสียเงินรวมมูลค่าหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ
กูเกิล ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ด้านการค้นหาข้อมูล เปิดเผยว่า ได้ประสานความร่วมมือกับสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) รวมถึงผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์รายใหญ่ ได้แก่ เอทีแอนด์ที (AT&T), ที-โมบายล์ (T-Mobile) และเวอไรซอน (Verizon) ในการเดินหน้าปราบปรามและทลายเครือข่ายดังกล่าวอย่างจริงจัง พร้อมทั้งระบุว่า บริษัทสนับสนุนการปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อภัยคุกคามยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ โดยเตือนว่า AI มีศักยภาพในการ “เพิ่มขีดความสามารถ” ให้กับอาชญากรรมไซเบอร์ได้อย่างน่ากังวล
ในคำฟ้องร้อง กูเกิลระบุชื่อองค์กรสัญชาติจีน “เอาต์ไซเดอร์ เอ็นเตอร์ไพรส์” (Outsider Enterprise) ว่าเป็นผู้ที่นำเทคโนโลยีและชื่อแบรนด์ของกูเกิลไปใช้ในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง โดยได้ยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ระงับและปิดเครือข่ายดังกล่าว หลังพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพใช้ Gemini AI ในการสร้างเว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบบริการของกูเกิล ยูทูบ (YouTube) รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ เช่น ไปรษณีย์สหรัฐฯ (USPS) และระบบเก็บค่าผ่านทาง E-ZPass ของนครนิวยอร์ก
อย่างไรก็ตาม กูเกิลไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการภายในที่ใช้รับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว แม้บริษัทจะเป็นผู้พัฒนาและควบคุมระบบ Gemini AI โดยตรงก็ตาม
ทั้งนี้ กูเกิลระบุว่า ปฏิบัติการหลอกลวงของเครือข่ายดังกล่าวส่งผลกระทบต่อเหยื่อหลายแสนรายทั่วโลก และประเมินความเสียหายรวมสูงถึงหลายล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยกลุ่มมิจฉาชีพได้สร้างเว็บไซต์ปลอมมากกว่า 9,000 แห่ง และผลิตลิงก์ URL หลอกลวงนับล้านรายการ อีกทั้งในช่วงเวลาเพียง 2 สัปดาห์ เครือข่ายนี้ยังถูกผู้ใช้งานแอนดรอยด์รายงานความผิดปกติมากกว่า 55,000 ครั้ง และมีการส่งข้อความสแปมพร้อมลิงก์หลอกลวงรวมถึง 2.5 ล้านข้อความอีกด้วย
#Google #GeminiAI #สแกมเมอร์จีน #ข่าวไซเบอร์ #อาชญากรรมออนไลน์ #ข่าวเทคโนโลยี #หลอกลวงออนไลน์ #ข่าวต่างประเทศ #ภัยไซเบอร์ #ข่าวด่วน








