เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 2569 ลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ กล่าวปราศรัยในงานชุมนุมวันแรงงาน โดยเตือนประชาชนให้เตรียมพร้อมรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่ย้ำว่าประเทศยังสามารถเผชิญความท้าทายได้ด้วย “ความเชื่อมั่นที่สุขุม”
นายกรัฐมนตรีหว่องกล่าวต่อผู้นำสหภาพแรงงานและพันธมิตรไตรภาคีกว่า 1,600 คน ณ ย่านดาวน์ทาวน์อีสต์ ว่า สถานการณ์ความไม่แน่นอนของโลกยังไม่คลี่คลายในเร็ววัน แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานได้ก็ตาม โดยคาดว่าต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนกว่าสถานการณ์จะเริ่มกลับสู่เสถียรภาพ พร้อมเตือนว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงและส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน
เขากล่าวว่า “เราต้องเตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อมสำหรับช่วงเวลาที่ยากลำบากยิ่งขึ้นในอนาคต”
สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังมีรายงานว่าอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ และสหรัฐอเมริกาตอบโต้ด้วยมาตรการกดดันทางทะเล ส่งผลให้เส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญของโลกหยุดชะงัก แม้การสู้รบจะลดระดับลงชั่วคราว แต่ความตึงเครียดยังคงอยู่ในระดับสูง
ช่องแคบฮอร์มุซ Strait of Hormuz ถูกปิดเป็นเวลานานกว่า 2 เดือน ส่งผลให้ราคาสินค้าและพลังงานพุ่งสูงขึ้น รวมถึงเกิดภาวะขาดแคลนในหลายภาคส่วน โดยหว่องระบุว่าเอเชียได้รับผลกระทบหนักเป็นพิเศษ เนื่องจากพึ่งพาพลังงานจากอ่าวเปอร์เซียในระดับสูง และเรียกสถานการณ์นี้ว่าเป็น “พายุที่รุนแรงกว่า” ที่สิงคโปร์เคยเผชิญในรอบหลายปี
เขายังระบุเพิ่มเติมว่า แม้ช่องแคบจะกลับมาเปิด แต่ระบบโลจิสติกส์และพลังงานโลกจะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติทันที เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนได้รับความเสียหาย และยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางทะเล ส่งผลให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาจล่าช้าและเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น
“ทั้งหมดนี้จะสร้างแรงกดดันอย่างแท้จริงต่อทั้งภาคธุรกิจ แรงงาน และครัวเรือน” นายกฯ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หว่องย้ำว่าสิงคโปร์ไม่ได้อยู่ในจุดที่เปราะบาง โดยชี้ว่าประเทศมีความพร้อมมากกว่าที่ผ่านมา ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารงบประมาณ และทุนสำรองระหว่างประเทศ พร้อมยกตัวอย่างการลงทุนระยะยาว เช่น การขยายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและการสร้างคลังพลังงานสำรองใต้ดิน
รัฐบาลสิงคโปร์ยังประกาศมาตรการช่วยเหลือมูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สิงคโปร์ เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านค่าครองชีพ สนับสนุนแรงงาน และเพิ่มการคืนภาษีให้ภาคธุรกิจ รวมถึงขยายโครงการประหยัดพลังงานไปจนถึงปี 2571
นายกฯ ทิ้งท้ายว่า รัฐบาลพร้อมดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหากสถานการณ์เลวร้ายลง โดยยืนยันว่าจะยืนเคียงข้างประชาชนในทุกย่างก้าวของวิกฤตครั้งนี้
#สิงคโปร์ #ลอว์เรนซ์หว่อง #เศรษฐกิจโลก #วิกฤตพลังงาน #ช่องแคบฮอร์มุซ #ข่าวต่างประเทศ #ข่าวเศรษฐกิจ #เงินเฟ้อ #ค่าครองชีพ #เอเชีย #ข่าวด่วน #GlobalEconomy #EnergyCrisis #SingaporeNews








