ราคาน้ำมันโลกปรับตัวพุ่งขึ้นมากกว่า 4% ในการซื้อขายวันจันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2569 หลังสื่อของอิหร่านรายงานว่าเตหะรานได้ระงับการเจรจาทางอ้อมกับสหรัฐอเมริกา พร้อมหารือร่วมกับกลุ่มพันธมิตรเพื่อเตรียมมาตรการปิดช่องแคบฮอร์มุซและเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์สำคัญอื่น ๆ ส่งผลให้ตลาดพลังงานทั่วโลกกังวลต่อความเสี่ยงด้านอุปทานน้ำมัน
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ส่งมอบเดือนกรกฎาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.80 ดอลลาร์ ปิดที่ 92.16 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือ ส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 3.86 ดอลลาร์ ปิดที่ 94.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แรงซื้อในตลาดน้ำมันได้รับแรงหนุนจากรายงานของสำนักข่าวทาสนิม ซึ่งระบุว่า “แนวร่วมแห่งการต่อต้าน” ที่ประกอบด้วยพันธมิตรของอิหร่านในเยเมน เลบานอน และอิรัก ได้เตรียมแผนปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์ รวมถึงเส้นทางเดินเรือสำคัญอื่น ๆ เช่น ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ เพื่อกดดันอิสราเอลและประเทศที่สนับสนุนอิสราเอล
หลังการเผยแพร่รายงานดังกล่าว ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นมากกว่า 6% ระหว่างวัน เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่าการปิดเส้นทางเดินเรือสำคัญอาจกระทบต่อการขนส่งน้ำมันจากตะวันออกกลางสู่ตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันลดช่วงบวกลงบางส่วนในเวลาต่อมา
ปัจจัยที่ช่วยลดความกังวลของตลาดมาจากการให้สัมภาษณ์ของ Donald Trump ซึ่งระบุว่าเขาไม่ทราบว่าการเจรจากับอิหร่านได้หยุดชะงักลง พร้อมเปิดเผยว่าได้มีการสื่อสารกับกลุ่ม Hezbollah ผ่านตัวกลาง และได้รับการยืนยันว่าจะไม่มีการโจมตีอิสราเอลในระยะนี้
แม้ตลาดพลังงานจะเผชิญแรงซื้อจากความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ส่งผลให้ดัชนีสำคัญของวอลล์สตรีทปิดในแดนบวก ขณะที่นักลงทุนทั่วโลกยังคงติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อทิศทางราคาพลังงาน เงินเฟ้อ และเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป








