เมื่อวันที่ 9 เม.ย.69 รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ในรายการ เรื่องใหญ่รายวัน หัวข้อ "อิหร่าน" ขู่ถอนตัว "ฮอร์มุซ" ไม่เปิด "อิสราเอล"ถล่ม"เลบานอน" หนัก !
รศ.ดร.ปณิธาน มองว่าสถานะของข้อตกลงหยุดยิงในขณะนี้มีลักษณะ "ร้าวแต่ยังไม่ล่ม" โดยอิหร่านระบุว่าสหรัฐฯ ได้ละเมิดข้อตกลงลับ 3 ข้อจากทั้งหมด 10 ข้อ ซึ่งรวมถึงประเด็นการรบในเลบานอน การรุกล้ำน่านฟ้า และเรื่องแร่ยูเรเนียม สถานการณ์ปัจจุบันจึงมีความ "ลื่นไหล" สูงมากและอาจพลิกผันได้ตลอดเวลาตามเหตุการณ์หน้างาน
ในส่วนของการเจรจา รศ.ดร.ปณิธาน ให้ความสำคัญกับการเปิดโต๊ะเจรจาที่อิสลามาบัดในวันเสาร์นี้ ซึ่งจะเป็นจุดตัดสินว่าสถานการณ์จะกลับไปสู่สงครามเบ็ดเสร็จหรือไม่ โดยตัวแปรสำคัญคือ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งอิหร่านแสดงความประสงค์ชัดเจนว่าต้องการเจรจาด้วย เนื่องจากมองว่าเป็นคนเดียวในวงในของทรัมป์ที่มีท่าทีไม่สนับสนุนสงครามและอาจช่วยประคับประคองสถานการณ์ได้
สำหรับยุทธศาสตร์ของคู่ขัดแย้ง วิเคราะห์ว่าอิสราเอลกำลังฉวยโอกาสทำ "สงครามแบบเบ็ดเสร็จ" ในเลบานอน ซีเรีย และอิรัก เพื่อทำลายขุมกำลังและคลังอาวุธของฮิซบอลเลาะห์ซึ่งเป็นหัวหอกสำคัญของอิหร่าน ขณะที่ฝั่งอิหร่านนั้นเป็นการต่อสู้เพื่อ "ความอยู่รอด" โดยแท้จริง คล้ายกับกรณีของเวียดนามในอดีต นอกจากนี้อิหร่านยังมีเครือข่ายที่ซับซ้อนในการตอบโต้ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงประวัติความพยายามก่อเหตุในไทยเมื่อปี 2555 ด้วย
ในประเด็นผลกระทบต่อประเทศไทย รศ.ดร.ปณิธาน ยืนยันข้อมูลเศร้าสลดว่า ลูกเรือไทย 3 คนที่สูญหายได้เสียชีวิตแล้ว พร้อมทั้งเสนอแนะว่าการเดินทางไปเจรจาของรัฐมนตรีต่างประเทศควรจะมี มติของสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) รองรับเพื่อให้การเจรจามีน้ำหนักและมีศักยภาพในการต่อรองมากขึ้น และควรรีบนำเรือไทยที่ติดค้างอยู่ออกมาในช่วงที่สถานการณ์ยังเอื้ออำนวยก่อนที่การสู้รบจะกลับมารุนแรงอีกครั้ง
ท้ายที่สุด รศ.ดร.ปณิธาน ได้แสดงความกังวลต่อ การพังทลายของระเบียบโลก โดยมองว่าการดำเนินนโยบายของสหรัฐฯ ในปัจจุบันกำลังทำลายระบบความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทำให้องค์กรหลักอย่างสหประชาชาติ (UN) หรือองค์การการค้าโลก (WTO) อ่อนแอลงจนไม่สามารถทำหน้าที่จัดการความขัดแย้งหรือรักษากติกาความมั่นคงได้ตามปกติอีกต่อไป








