วันที่ 16เม.ย.2569 เมื่อเวลา10.30น. ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมหารือเตรียมการจัดประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) โครงการ “สภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน” กิจกรรมส่งเสริมบทบาทสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมประชุม ประกอบด้วย สำนักงานตํารวจแห่งชาติ (ตร.) กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาความคืบหน้าแนวทางการจัดโครงการสภาผู้แทนราษฎร ประชาชนฯ โดยการสัมมนาจะจัดขึ้นในวันที่ 27 เม.ย. นี้ เวลา 08.30-16.00 น. ที่อาคารรัฐสภา
จากนั้น นายโสภณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า เป็นการประชุมในโครงการสภาฯ พบประชาชน ซึ่งเป็นโครงการของปี 2569 ที่เราเห็นว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญ ทางสภาฯ จึงขอเป็นโซ่ข้อกลาง โดยเชิญหน่วยงาน ภาคประชาชน มาแสดงความเห็นในการแก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ เพื่อสะท้อนให้หน่วยงานได้รับทราบ ซึ่งในวันที่ 27 เม.ย.นี้ จะเชิญภาคเอกชน ประชาชน และหน่วยงานต่างๆ มาฟังปัญหายาเสพติด และมอบให้ส่วนราชการไปแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องการบูรณาการ เพราะเราอยากเห็นการบูรณการอย่างจริงจัง
“อยากเรียนว่าประเทศเรา หรือทั้งโลก กำลังประสบภาวะวิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก ฉะนั้น การใช้งบประมาณต้องใช้ให้เกิดประสิทธิภาพที่สุด คือเงินก้อนเดียวต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งการทำกิจกรรมนี้ ทางสภาฯ เล็งเห็นว่ายาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการหารือของ สส. มีการพูดถึงแต่เรื่องนี้มาก” ประธานสภาฯ กล่าว
เมื่อถามว่าโครงการนี้จะมีการลงพื้นที่พบประชาชนในพื้นที่ต่างๆหรือไม่ นายโสภณ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นนโยบายของตน ในฐานะประธานสภา เราอยากเอานิติบัญญัติไปรับฟังปัญหาของประชาชนในแต่ละพื้นที่ เพื่อนำมาสะท้อน ซึ่งอาจจะส่งความเห็นไปยังฝ่ายบริหาร หรือทำเป็นญัตติเพื่อศึกษา ซึ่งจะได้ข้อสรุปของปัญหาที่แท้จริง เช่น เรื่องยาเสพติดที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้
“โครงการนี้เป็นโครงการที่เราเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 จะเข้าสภาฯ เร็วๆ นี้ เราจึงอยากให้หน่วยงานมาฟังปัญหา เพื่อจะได้ไปตั้งคำของบประมาณให้ตรง และจะเชิญ สส. มาฟังปัญหาของแต่ละพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร เพื่อจะได้แก้ไขให้ถูกต้อง ส่วนร่าง พ.ร.บ.งบฯ ปี 2570 จะเข้าสภาฯ เมื่อไหร่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของรัฐบาล” นายโสภณ กล่าว
เมื่อถามว่านอกจากโครงการแก้ปัญหายาเสพติดแล้วยังมีโครงการอื่นๆ อีกหรือไม่ ประธานสภาฯ กล่าวว่า ปัญหาของประเทศมีมากมายที่จะต้องแก้ไข ทั้งเรื่องการศึกษา ภัยแล้ง-ภัยธรรมชาติ ซึ่งจะจัดโครงการแบบเดียวกันนี้อีกหรือไม่ก็ขึ้นอยู่ที่สมาชิกร้องขอและพูดปัญหาต่างๆ ให้มีการจัดสัมมนา เพื่อที่จะสะท้อนปัญหาในพื้นที่ ซึ่งก็ต้องเกี่ยวข้องกับการจัดงบประมาณที่จะเข้าสู่สภาฯ ส่วนหน่วยต่างๆ จะรับเอาความเห็นของเราไปแก้ไข้ปรับปรุงอย่างไร ก็เป็นเรื่องของหน่วยงาน ต่อไปสภาฯ ต้องเป็นสภาฯ ฟังความเห็นประชาชน และส่งให้ฝ่ายบริหารแก้ไข เพื่อใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน







