ต่างประเทศ

สกู๊ปต่างประเทศ : จับตาดีลหยุดโลก 10 ข้อ! "สหรัฐฯ-อิหร่าน" กางโต๊ะเจรจาแลก "สันติภาพ" หรือแค่ "พักรบ"

แชร์ข่าว

นาทีที่โลกกำลังกลั้นหายใจรอรับแรงกระแทกจากพายุสงครามใหญ่ในตะวันออกกลาง กลับกลายเป็นจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครคาดคิด เมื่อ "โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัดสินใจประกาศ "กดปุ่มหยุดสงครามชั่วคราว" ในปฏิบัติการโจมตีอิหร่านที่เดิมทีมีเส้นตายอยู่เพียงแค่ปลายจมูก

โดยความเคลื่อนไหวล่าสุดในวันอังคารที่ 7 เมษายน ตามเวลาสหรัฐฯ ทรัมป์ ได้ประกาศผ่านแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล ว่า เขาตกลงเลื่อนการใช้กำลังทางทหารต่ออิหร่านออกไปเป็นเวลา 2 สัปดาห์ จากกำหนดเดิมที่กองทัพสหรัฐฯ พร้อมถล่มเป้าหมายในเวลา 20.00 น. หรือตรงกับเช้าวันที่ 8 เมษายน เวลา 07.00 น. ของไทย ซึ่งการตัดสินใจครั้งนี้มี "ปากีสถาน" เป็นตัวละครลับสำคัญในฐานะกาวใจผู้ประสานรอยร้าว

ทรัมป์ ระบุอย่างชัดเจนว่า การถอยออกมาก้าวหนึ่งในครั้งนี้ เกิดจากการหารือกับ "นายกรัฐมนตรี เชห์บาซ ชารีฟ" และ"จอมพล อาซิม มูนีร์" แห่งปากีสถาน ที่ได้ร้องขอให้สหรัฐฯ ยับยั้งการใช้ "พลังทำลายล้างขั้นสูงสุด" ที่พร้อมปูพรมถล่มอิหร่าน โดยมีเงื่อนไขเหล็กที่อิหร่านต้องยอมรับคือการเปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" เส้นเลือดใหญ่ของการขนส่งน้ำมันโลกให้กลับมาสัญจรได้อย่างปลอดภัยและสมบูรณ์ทันที

ทรัมป์ ยังสำทับด้วยความมั่นใจตามสไตล์ว่า นี่คือ "การหยุดยิงทวิภาคี" เพราะเป้าหมายทางทหารส่วนใหญ่บรรลุผลไปแล้ว และตอนนี้ถึงเวลาของดีลสันติภาพที่เขาอ้างว่าได้รับ "ข้อเสนอ 10 ข้อ" จากฝั่งอิหร่าน ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นพื้นฐานที่หนักแน่นพอจะนำไปสู่จุดจบของปัญหาเรื้อรังที่กัดกินภูมิภาคนี้มาอย่างยาวนาน

ทางฟากฝั่งของ "กรุงเตหะราน" บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียดและท่าทีที่แข็งกร้าวภายใต้รอยยิ้มของการทูต สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ โดยยืนยันว่าการยอมเจรจาในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นบนพื้นฐานของ "ความไม่ไว้วางใจต่อสหรัฐฯ อย่างเต็มพิกัด" และระยะเวลา 14 วันที่กรุงอิสลามาบัดจะเป็นบทพิสูจน์ความจริงใจของศัตรู

แถลงการณ์ดังกล่าวเน้นย้ำให้ประชาชนอิหร่านรักษาความสามัคคีและมองว่า นี่คือชัยชนะในภาคสนามที่แปรเปลี่ยนมาเป็นไพ่ในมือบนโต๊ะเจรจา พร้อมทั้งทิ้งท้ายด้วยคำขู่ที่ดุดันว่า "มือของเรายังคงอยู่ที่ไกปืน" หากสหรัฐฯ ขยับผิดเพียงนิดเดียว กองทัพอิหร่านก็พร้อมจะโต้กลับอย่างรุนแรงที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้

ขณะที่ "นายอับบาส อารักชี" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ก็ได้รับลูกต่อด้วยการประกาศไฟเขียวเปิด "ช่องแคบฮอร์มุซ" เป็นเวลา 2 สัปดาห์ เพื่อตอบรับคำขอของปากีสถานและเป็นการแสดงเจตนาที่ดีในการเจรจาภายใต้เงื่อนไขว่าสหรัฐฯ ต้องยุติการรุกรานทั้งหมด โดยระบุว่าการเดินทางผ่านเส้นทางยุทธศาสตร์นี้จะต้องมีการประสานงานกับกองทัพอิหร่านอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

สำหรับ "ดีลหยุดโลก" 10 ข้อ ที่อิหร่านยื่นเสนอเพื่อแลกกับการจบสงครามครั้งนี้ ถือเป็นเงื่อนไขที่สะเทือนถึงความมั่นคงและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง ประกอบด้วย 1. สหรัฐฯ ต้องทำสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่รุกรานอิหร่านอีกในอนาคต 2. อิหร่านต้องมีอำนาจเบ็ดเสร็จในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ 3. โลกต้องยอมรับสิทธิของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์อย่างเป็นทางการ 4. สหรัฐฯ ต้องยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรปฐมภูมิทั้งหมด 5. ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรทุติยภูมิที่กดดันนานาชาติไม่ให้ค้าขายกับอิหร่าน

6. ต้องมีการล้างมติคว่ำบาตรจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 7. ยกเลิกมติทั้งหมดของ IAEA ที่มีต่อโปรแกรมนิวเคลียร์อิหร่าน 8. สหรัฐฯ ต้องจ่ายค่าชดเชยความเสียหายจากสงครามแบบเต็มจำนวน 9. ถอนทหารสหรัฐฯ ออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางทั้งหมด 10. การหยุดยิงต้องมีผลครอบคลุมทุกสมรภูมิ รวมถึงเลบานอน ซึ่งประเด็นสุดท้ายนี้ นายกรัฐมนตรีปากีสถานยืนยันว่าทุกฝ่ายได้ตอบรับและจะมีผลบังคับใช้ทันที

นับเป็นเดิมพันที่สูงลิ่วเพราะหากดีลนี้ล่มสลายภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้า นั่นหมายถึงจุดเริ่มต้นของสงครามเต็มรูปแบบที่อาจลุกลามไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 3 ได้ทุกเมื่อ โดยทุกสายตาทั่วโลกกำลังจับจ้องไปที่การเจรจาครั้งประวัติศาสตร์ ณ กรุงอิสลามาบัด ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ว่าจะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์หรือเป็นเพียงความเงียบสงบก่อนพายุใหญ่จะมาถึงกันแน่

#สหรัฐอิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #โดนัลด์ทรัมป์ #ช่องแคบฮอร์มุซ #เศรษฐกิจโลก #ข่าวต่างประเทศ #ปากีสถาน #หยุดยิง